โทรศัพท์ 1358

 ครม.ไฟเขียวเว้นเก็บภาษีเอสเอ็มอีใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เสริมธุรกิจ
ครม.ไฟเขียวเว้นเก็บภาษีเอสเอ็มอีใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เสริมธุรกิจ
ครม.ไฟเขียวเว้นเก็บภาษีเอสเอ็มอีซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สูงสุด 1 แสนบาท ในรอบระยะเวลาบัญชี 1 ม.ค. 60 ถึง 31 ธ.ค. 62 ภาครัฐยอมเสีย 800 ล้านแลกจูงใจเอสเอ็มอีใช้โปรแกรมเพิ่มศักยภาพธุรกิจ และเข้าสู่ฐานข้อมูลภาครัฐมากขึ้น เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ออกตามความในประมวลรัษฎากร เพื่อเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการธุรกิจ สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการวนรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท สำหรับเงินได้เป็นจำนวน 100% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยได้ซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือได้ใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากผู้ขายหรือผู้รับจ้างที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 1 แสนบาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ม.ค. 60 แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 62 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวคาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ 800 ล้านบาทในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี แต่จะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs มีการนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินกิจการและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังทำให้ข้อมูลของผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลภาครัฐมากขึ้น ซึ่งรัฐสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดมาตรการหรือกลไกในการส่งเสริมและสนับสนุนด้านต่างๆ อ้างอิง https://goo.gl/N75Lwy
03 ก.ค. 2017
กสอ.ชี้ตลาด CLMV ขุมทอง ผปก.ไทยยังฮอต โตต่อเนื่อง 9.5% รวม 3 ปีซ้อน
กสอ.ชี้ตลาด CLMV ขุมทอง ผปก.ไทยยังฮอต โตต่อเนื่อง 9.5% รวม 3 ปีซ้อน
นายพรเทพ การศัพท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ชี้ตลาด CLMV ยังเติบโตต่อเนื่อง เผยภาคการส่งออกใน 3 ปีล่าสุดขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 9.5% ขณะที่พม่า กัมพูชา และลาว รุกพัฒนาความเป็นเมืองและความทันสมัยของประเทศมากขึ้น ส่งผลอุตสาหกรรมก่อสร้างและสินค้าจากไทยยังเป็นที่ต้องการอย่างสูง พร้อมแนะตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นายพรเทพ การศัพท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตลาด CLMV ถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย โดยมีความสำคัญเทียบเท่ากับประเทศพันธมิตรด้านอุตสาหกรรมอันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งกลุ่มประเทศอาเซียนเดิม (อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์) สำหรับสถานการณ์ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศ CLMV นั้นถือว่ามีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการส่งออกสินค้าที่มีการขยายตัวในระดับ 7-8% ทุกปี และเมื่อพิจารณาในช่วง 3 ปีล่าสุดที่ผ่านมานี้ยังพบอีกว่ามีการขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง 9.5% (ที่มา : ศูนย์ข้อมูลธนาคารไทยพาณิชย์) ทั้งนี้ จากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของปี 2559 ยังชี้ให้เห็นอีกว่าพม่ามีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 8.5% กัมพูชา 7.2% ลาว 7.5% และเวียดนาม 6.3% (ที่มา : ข้อมูลโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ) มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าจากไทยอยู่ที่ 4.15, 4.6, 3.9 และ 9.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ (ที่มา : ข้อมูลจาก Trade statistics for international business development) โดยการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ยังทำให้ CLMV ติดอันดับอยู่ในกลุ่ม 15 ประเทศที่จะมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีความพร้อมในด้านทรัพยากร เสถียรภาพทางการเมือง ช่องทางการตลาดที่ขยายขึ้น ซึ่งไทยต้องเร่งสร้างความร่วมมือให้ครบทุกมิติเพื่อที่ในอนาคตจะได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับมหภาคต่อไป นายพรเทพกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการ SMEs ไทยในการลงทุน ร่วมทุน และขยายสินค้าไปยังกลุ่ม CLMV ในปี 2560 นี้ พบว่าในประเทศพม่าและกัมพูชามีความต้องการอุตสาหกรรมก่อสร้างและสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น สุขภัณฑ์ อุปกรณ์เพื่อการสาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างสูง เนื่องจากพม่ากำลังอยู่ในจุดของการพัฒนาและเปิดประเทศ กัมพูชาเริ่มขยายสู่ความเป็นเมือง โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของสิ่งก่อสร้างและศูนย์การค้ารองรับชาวต่างชาติ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการการอนุญาตให้ชาวต่างชาติลงทุน 4 ธุรกิจในพม่า ได้แก่ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์พืช ยาฆ่าแมลง และเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ รวมทั้งโอกาสในการพัฒนาการร่วมค้าและลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรในกัมพูชาที่ขณะนี้ประเทศดังกล่าวกำลังให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่งไทยเองถือได้ว่ามีความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวเป็นอย่างดี ขณะที่ สปป.ลาว พบว่าสินค้าอุตสาหกรรมพื้นฐานที่ลาวยังต้องพึ่งพิงจากไทยสูงสุด ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ สินค้าปศุสัตว์ และเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นรวมทั้งกลุ่มธุรกิจประเภทแฟรนไชส์และธุรกิจการบริการก็ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อผู้บริโภคชาวลาวมากขึ้น โดยมาจากการเริ่มผันตัวสู่วิถีชีวิตของการเป็นสังคมเมือง รวมทั้งการเข้ามาของตลาดโมเดิร์นเทรดและช่องทางการค้าออนไลน์ ซึ่งในอนาคตคาดว่าช่องทางเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าวอย่างสูง ส่วนทางด้านประเทศเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นทั้งประเทศคู่ค้าและคู่แข่งสำหรับไทย เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกันทั้งกลุ่มตลาดส่งออกที่สำคัญเช่นเดียวกัน มีศักยภาพในด้านการเป็นฐานการผลิต โดยเฉพาะการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกสูง แต่อย่างไรก็ตาม แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวโดยเฉพาะในเรื่องต้นทุน แต่ไทยเองก็ยังมีความได้เปรียบที่สูงกว่าทั้งในเรื่องคุณภาพของสินค้า กระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารแปรรูป และอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งความสามารถในการเข้าสู่ช่องทางตลาดที่ไทยมีมากกว่า ดังนั้น ไทยต้องสร้างจุดแข็งด้วยความได้เปรียบดังกล่าวเพื่อยกระดับให้สินค้าไทยมีความยากที่จะแข่งขัน พร้อมผลักดันสู่ตลาดระดับบนได้ต่อไป นายพรเทพกล่าวเสริมว่า อีกหนึ่งตลาดที่มีความน่าสนใจการขยายสินค้าและน่าลงทุนสำหรับผู้ประกอบการไทยในขณะนี้ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ซึ่งในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการนำเข้าสินค้าจากไทย 2.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งในเขตตะวันออกกลางของไทย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางที่สามารถส่งต่อสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้ ความน่าสนใจของ UAE ยังอยู่ที่รัฐบาลของประเทศดังกล่าวได้พยายามส่งเสริมการค้าการลงทุน รวมทั้งสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจเสรีทั้งในรูปแบบการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต และการใช้ UAE เป็นฐานการกระจายสินค้า สำหรับสินค้า 5 อันดับแรกของปี 2559 ที่ UAE นำเข้าจากไทยมากที่สุด ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์เครื่องจักรกล อัญมณีและเครื่องประดับ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์จากไม้ นอกจากนี้ ตลาดอาหารและเครื่องดื่มใน UAE และตะวันออกกลางยังถือว่าเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ โดยมีปัจจัยส่งเสริมทั้งจากความต้องการอาหารตามมาตรฐานฮาลาลในปริมาณที่สูง ความสามารถในการผลิตอาหารที่อยู่ในระดับต่ำของ UAE และตะวันออกกลาง การใช้จ่ายค่าอาหารต่อหัวที่สูงกว่าไทยถึง 2.4 เท่า การเป็นประเทศที่มีผลผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตรในปริมาณต่ำ ตลอดจนการประสบปัญหาน้ำหนักตัวของคนในภูมิภาคที่สูงเกินมาตรฐานที่เป็นช่องทางในการขยายกลุ่มอาหารประเภทฟังก์ชันและอาหารเพื่อสุขภาพไปยังร้านสะดวกซื้อหรือโมเดิร์นเทรดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ อ้างอิง https://goo.gl/1P4KHt
03 ก.ค. 2017
“บ้านคำปุน” เปิดปีละครั้ง...งานนี้ไม่ควรพลาด.
“บ้านคำปุน” เปิดปีละครั้ง...งานนี้ไม่ควรพลาด.
“บ้านคำปุน” เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผ้าไหมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ถือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมการทอผ้าไหม ความพิเศษของสถานที่แห่งนี้ คือ จะเปิดให้เข้าชมแค่ปีละหนึ่งครั้งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้น บ้านคำปุน อ.วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี แหล่งผลิตและอนุรักษ์ผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง เปิดบ้านให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง ที่บ้านคำปุนได้สืบสานอนุรักษ์มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงาม ผ้าโบราณที่สูงค่า กรรมวิธีการผลิต ผ้าทอพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบ้านคำปุนและงานศิลปด้านอื่นๆ อีกมากมาย ภาพงานนิทรรศการ เปิดบ้านคำปุน ครั้งที่ 18 ประจำปี 2559 https://goo.gl/AmDytR ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมhttps://goo.gl/aw3A32https://goo.gl/hXbTKu
02 ก.ค. 2017
SMEs TALKS กับ ดร.สมชาย หาญหิรัญ (ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม) " ขจัดไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ "️
SMEs TALKS กับ ดร.สมชาย หาญหิรัญ (ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม) " ขจัดไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ "️
SMEs TALKS กับ ดร.สมชาย หาญหิรัญ (ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม) " ขจัดไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ "️
02 ก.ค. 2017
บทเรียนที่ 6.2 เรื่อง จริยธรรมของผู้ประกอบการและกฎหมาย...
บทเรียนที่ 6.2 เรื่อง จริยธรรมของผู้ประกอบการและกฎหมาย...
ชมตัวอย่างบทเรียนที่ 6.2 เรื่อง จริยธรรมของผู้ประกอบการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล โดยมีแขกรับเชิญเป็น นักธุรกิจหนุ่มหล่อ และ อดีตนักร้องชื่อดัง คุณ เต้ วิสรัส เจ้าของเพลงฮิต " ที่รักของใครสักคน " มาร่วมสอบถาม และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์ พิเศษ กรรมการและอดีตรักษาการผู้อำนวยการ อสมท. www.NECLearning.com
30 มิ.ย. 2017
ตัวอย่างการเรียนในบทที่ 6 เรื่อง หลักเศรษฐกิจพอเพียง
ตัวอย่างการเรียนในบทที่ 6 เรื่อง หลักเศรษฐกิจพอเพียง
ตัวอย่างการเรียนในบทที่ 6 เรื่อง หลักเศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล โดย อาจารย์ ดร.ดนัยกิติ์ www.NECLearning.com
28 มิ.ย. 2017
อุตสาหกรรมสาร ก.ค.-ส.ค.60
อุตสาหกรรมสาร ก.ค.-ส.ค.60
เป็นวารสารราย 2 เดือน จัดพิมพ์เผยแพร่ในนามของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการจัดพิมพ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 นับเป็นวารสารของราชการที่พิมพ์เผยแพร่ติดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน นับถึงปัจจุบันนี้ วารสารอุตสาหกรรม สารมีอายุก้าวสู่ปีที่ 59 วารสารอุตสาหกรรมสาร ได้รับการพัฒนาเนื้อหาเพื่อให้เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่รวบรวมความรู้ ด้านอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ดังนั้น วารสารอุตสาหกรรมสารแต่ละฉบับจึงบรรจุเนื้อหาของอุตสาหกรรม เรื่องใดเรื่องหนึ่งไว้ตั้งแต่ต้นจนจบเล่ม โดยครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับสภาวะทั่วไปของอุตสาหกรรมนั้น การผลิต การตลาด รูปแบบผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การบริหาร การจัดการ และความสำเร็จของผู้ประกอบการ Download ติดตามวารสารฉบับอื่นๆ ได้ที่https://ipc7.dip.go.th/th/category/e-journal-library/e-journal
27 มิ.ย. 2017
ชมตัวอย่าง บทเรียนที่ 5 เรื่อง การเขียนแผนธุรกิจ..
ชมตัวอย่าง บทเรียนที่ 5 เรื่อง การเขียนแผนธุรกิจ..
ชมตัวอย่าง บทเรียนที่ 5 เรื่อง การเขียนแผนธุรกิจ และการทำ SWOTs Analysis สอนโดย อ.ดร.สุรพิชย์ พรมสิทธิ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร GEMBA ธรรมศาสตร์ โดยมีแขกรับเชิญ สุดพิเศษ คุณ น้ำชา ชีรณัฐ หรือ หน้ากากปะการัง ที่เพิ่งเผยโฉมไป www.NEClearning.com
26 มิ.ย. 2017
5 วิธีก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพสุดว้าว ‼️
5 วิธีก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพสุดว้าว ‼️
5 วิธีก้าวสู่การเป็นสตาร์ทอัพสุดว้าว ‼️????แม้หลายคนจะมองว่าสตาร์ทอัพนั้นเป็นเพียงแค่ธุรกิจเล็กๆแต่ก็มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถพัฒนาและเติบโตได้ เนื่องจากกลุ่มนี้ถือเป็นฟันเฟืองเล็กๆที่จะสร้างพลังทางการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนเข้าสู่อุตสาหกรรมหรือตลาดกลุ่มใหม่ในอนาคต ทั้งยังจะช่วยทำให้เกิดทั้งบริการ ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ตามการจะเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยกสอ.ยังมองว่าการจะสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพให้อยู่รอดได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติหรือองค์ประกอบหลักคือ????????‍♂️ทำสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นหรือพัฒนาแล้วแต่ยังไม่ตอบโจทย์????????‍♂️สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงใจผู้บริโภค????????‍♂️ต่อยอดจากธุรกิจเดิมและเติมประโยชน์เพิ่มรองรับความต้องการใหม่????????‍♂️เพิ่มบริการหรือกลุ่มสินค้าให้มีความหลากหลาย????????มีความคิดสร้างสรรค์ที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร
20 มิ.ย. 2017
กสอ.อัดงบ 44 ล้านบาท เปิดตัว 5 แอปพลิเคชันกระตุ้น ผปก.เข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0
กสอ.อัดงบ 44 ล้านบาท เปิดตัว 5 แอปพลิเคชันกระตุ้น ผปก.เข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0
ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถ่ายภาพรวมกับคณะทำงาน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเผย กสอ.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 44 ล้านบาททำ 5 แอปพลิเคชัน คาดหวังเป็นตัวช่วยให้ผู้สนใจเริ่มต้นธุรกิจ และผู้ประกอบการ SMEs ในการลดต้น และลดความยุ่งยากในการทำบัญชีและการเงิน พร้อมกับแนะนำเว็บไซต์แหล่งเรียนรู้ใหม่ของการประกอบธุรกิจในยุคดิจิตอล ตั้งเป้าภายใน 3-4 เดือนจะมีผู้สนใจดาวน์โหลดใช้ทั้ง 5 แอปพลิเคชันไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย ชี้ปัจจุบัน SMEs เข้าถึงดิจิตอลเพียง 550,000 ราย จาก 2.8 ล้านราย ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กสอ.ได้ใช้งบประมาณจำนวน 44 ล้านบาททำการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในยุคดิจิตอลอีโคโนมี ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งในปี 2560 ได้จัดทำ 5 แอปพลิเคชันที่มาเป็นตัวช่วยผู้ประกอบการ ได้แก่ 1. Money Flow Application ระบบควบคุมการรับและจ่ายเงินสด กระแสเงินสด 2. Billing Flow Application ระบบขายและออกบิลสำหรับร้านค้าที่ซื้อมาขายไป 3. Stock Flow Application ระบบควบคุมสต๊อกสินค้า สำหรับธุรกิจที่ซื้อมาและขายไป 4. DIP Business Evaluation Application แอปพลิเคชันสำหรับประเมินผลการดำเนินงานและผลประกอบการธุรกิจ 5. DIP Business Plan Application ระบบการจัดทำแผนธุรกิจสำหรับธุรกิจการผลิตรายย่อย ทั้งนี้ ทั้ง 5 แอปพลิชันดังกล่าวจะเป็นปัจจัยช่วยเสริมให้ผู้ประกอบการในการลดต้นทุน ลดความล่าช้า และความซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นรายวัน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเม่นยำในการทำบัญชี และการเงิน อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งทั้ง 5 ระบบนี้มีความพร้อมที่ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้จริง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกเหนือจาก 5 แอปพลิเคชันข้างต้น ทาง กสอ.ยังได้มีช่องทางบริการออนไลน์อื่นๆ ที่มาเป็นตัวช่วยให้ผู้ประกอบการหรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ดังนี้ 1. www.NEClearning.com แพลตฟอร์มการเรียนรู้การเริ่มต้นธุรกิจผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2. www.bsc.dip.go.th เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ และตัวอย่าง SMEs ที่ประสบความสำเร็จ เป็นกรณีศึกษาที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดได้ 3. www.e-consult.dip.go.th เป็นเว็บไซต์ที่คอยให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำหรับผู้ที่เจอปัญหา หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ และ 4. www.id-society.com เป็นเว็บไซต์คลังไอเดียที่รวบรวมแรงบันดาลใจ ไอเดียผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักออกแบบ และสินค้าวัตถุดิบ ช่วยให้ง่ายต่อการค้นหาการออกแบบอุตสาหกรรมทั้งหมด ดร.พสุกล่าวต่อว่า จากสถิติ SMEs ที่มีอยู่กว่า 2.8 ล้านราย พบว่ามีเพียง 20% หรือ ประมาณ 550,000 รายที่นำระบบเทคโนโลยีและเครื่องมือออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในกิจการดำเนินธุรกิจของตนเอง (ที่มา:สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ องค์การมหาชน) ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับทักษะการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และแอปพลิเคชันที่มีการพัฒนาขึ้นมาจำนวนมาก และเปิดให้บริการใช้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อในอนาคตจะก้าวทันโลกแห่งการค้าที่ไร้พรมแดน โดย กสอ.คาดหวังว่าแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นมานี้จะต้องมีคนเข้ามาใช้บริการภายใน 3-4 เดือน จำนวนมากกว่า 1 แสนราย สำหรับผู้ประกอบการและผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร. 1358 หรือที่ www.bsc.dip.go.th
15 มิ.ย. 2017