โทรศัพท์ 1358
เซเรน่า วิลเลียมส์ เปิดตัวบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ สำหรับผู้หญิง คนสีผิว และสตาร์ทอัพ
เซเรน่า วิลเลียมส์ เปิดตัวบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ สำหรับผู้หญิง คนสีผิว และสตาร์ทอัพ
บริษัทของซุปเปอร์สตาร์นักเทนนิสใช้ชื่อตามชื่อของเธอเลยว่า Serena Ventures โดยกองทุนนี้มุ่งเน้นไปที่การให้การสนับสนุนบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยผู้หญิง, คนสีผิว และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ตำนานนักเทนนิสหญิงเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงรายละเอียดของบริษัทการลงทุนของเธอชื่อ Serena Ventures บริษัทร่วมทุนที่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ปี 2014 และได้ลงทุนในบริษัทมากกว่า 30 บริษัทแล้ว “ฉันเปิดตัว Serena Ventures โดยมีพันธกิจในการให้โอกาสผู้ก่อตั้งในหลากหลายอุตสาหกรรม” วิลเลียมส์กล่าว Serena Ventures ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้โอกาสแก่ผู้ก่อตั้งที่หลากหลาย โดยเฉพาะผู้หญิงและคนผิวสี การลงทุนจะให้ความสำคัญกับบริษัทตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น โดยจะเน้นการเสริมสร้างศักยภาพบุคคล ความคิดสร้างสรรค์และโอกาส นอกจากนี้บริษัทยังทำงานเพื่อให้คำปรึกษาผู้ก่อตั้งและผู้ประกอบการเกิดใหม่ การลงทุนที่ผ่านมาเซเรน่าเวนเจอร์ส ครอบคลุมอุตสาหกรรมจำนวนมาก รวมถึงอาหารสุขภาพ แฟชั่น และอีคอมเมิร์ซ ที่มา : www.smartsme.co.th
27 ม.ค. 2565
Room สตาร์ทอัพที่คืนความเป็นส่วนตัวให้มนุษย์เงินเดือน
Room สตาร์ทอัพที่คืนความเป็นส่วนตัวให้มนุษย์เงินเดือน
เชื่อว่าคุณก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีปัญหาในที่ทำงาน มีบางเวลาที่คุณต้องการความเป็นส่วนตัว เราหมายถึงความเป็นส่วนตัวจริงๆ เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถคุยโทรศัพท์เรื่องส่วนตัวได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร หรือต้องการความสงบเพื่อจะโฟกัสกับงานชิ้นสำคัญ สตาร์ทอัพรายนี้จะกลายเป็นทางออกของคุณ จุดเริ่มต้นของการใช้ความสะดวกสบายของพื้นที่ขนาดตู้โทรศัพท์ เพื่อคืนความเป็นส่วนตัวกับพนักงานในสำนักงาน เกิดจากความต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่เกิดขึ้นได้ยากในพื้นที่สำนักงานแบบเปิด โดยเฉพาะเรื่องของการไม่มีที่ว่างให้รับโทรศัพท์ส่วนตัว สตาร์ทอัพรายนี้ต้องการเปลี่ยนแปลง แล้วคืนพื้นที่ส่วนตัวให้กับคนทำงาน ROOM คือบริการบูธขนาดกะทัดรัดสำหรับให้พนักงานใช้ในพื้นที่สำนักงานเปิด ใช่แล้วมันคือการคืนพื้นที่ส่วนตัวให้กับคุณ การเปิดตัวในปีที่ผ่านมา Room ก็โชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับธุรกิจกว่า 1,000 ราย ซึ่งเป็นทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึง JPMorgan, Nike และ SalesForce ที่มีความต้องการในเรื่องนี้ ห้องถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงานทุกคน ประตูกันเสียงปิดด้วยระบบแม่เหล็ก เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวจะเปิดปิดไฟ LED และพัดลมระบายอากาศเอง สามารถติดตั้งการทำงานร่วมกับพอร์ต Ethernet และสายโทรศัพท์ มีโต๊ะทำงานอยู่ภายในเหมาะสำหรับการนั่งทำงานของคนหนึ่งคน มีผลวิจัยสนับสนุนเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ในการสำรวจร่วมกับ YouGov พบว่า 62% ของคนทำงานต้องการพื้นที่ในสำนักงานแบบปิด ในขณะที่ 24% ของคนงานบอกว่าสไตล์พื้นที่ทำงานแบบเปิดเป็นความคิดที่สร้างสรรค์ สถิติอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าร้อยละ 27 ของพนักงานออฟฟิศแบบเปิดเป็นกังวลเกี่ยวกับการแอบฟังการสนทนาของเพื่อนร่วมงาน และมีมากถึง 13% ที่คิดว่าจะลาออกจากที่ทำงานปัจจุบันเนื่องจากปัญหาความเป็นส่วนตัว รูปแบบของสำนักงานแบบเปิดอาจจะไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมเสมอไป แต่ Room เป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับทุกพื้นที่สำนักงาน ที่มา : www.smartsme.co.th
26 ม.ค. 2565
ลัคกิ้น คอฟฟี่ สตาร์ทอัพจีนรุกคืบเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดสหรัฐ
ลัคกิ้น คอฟฟี่ สตาร์ทอัพจีนรุกคืบเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดสหรัฐ
ลัคกิ้น คอฟฟี่ (Luckin Coffee) แบรนด์กาแฟสตาร์ทอัพสัญชาติจีน ประกาศเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ โดยวางแผนที่จะระดมทุนให้ได้ 480 ล้านดอลลาร์ในตลาดหุ้นสหรัฐ ทั้งนี้ ลัคกิ้น คอฟฟี่ จะระดมเงินทุนผ่านการเสนอขายหุ้น American Depositary Share (ADS) จำนวน 30 ล้านหุ้น ในราคา 15-17 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับลัคกิ้น คอฟฟี่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นแบรนด์คู่แข่งรายสำคัญของสตาร์บัคในจีนนั้น จะเสนอขายหุ้นภายใต้สัญลักษณ์ "LK" บนกระดาน Nasdaq เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ลัคกิ้น คอฟฟี่ ได้เสร็จสิ้นการระดมทุนในฐานะสตาร์ทอัพระดับ Series B+ คิดเป็นมูลค่ารวม 150 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าทางตลาดของบริษัทในขณะนั้นอยู่ที่ระดับ 2.9 พันล้านดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเป็นเวลา 4 เดือน หลังจากที่ลัคกิ้น คอฟฟี่ มียอดการลงทุนทั้งสิ้น 200 ล้านดอลลาร์ โดยมีบริษัท BlackRock ลงทุนมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นับตั้งแต่ลัคกิ้น คอฟฟี่ได้ก่อตั้งกิจการในปี 2560 ทางบริษัทได้ขยายกิจการอย่างรวดเร็วในปีนี้ โดยมีการเปิดสาขาใหม่ในจีนถึง 14 เมือง ส่งผลให้ร้านกาแฟของลัคกิ้น คอฟฟี่ มีอยู่ในเมืองต่างๆของจีนจำนวน 36 เมืองทั่วประเทศ ที่มา : www.smartsme.co.th
25 ม.ค. 2565
สตาร์ทอัพที่จะทำให้เราได้นั่งแท็กซี่ลอยฟ้าในราคาแท็กซี่ปกติ
สตาร์ทอัพที่จะทำให้เราได้นั่งแท็กซี่ลอยฟ้าในราคาแท็กซี่ปกติ
สตาร์ทอัพจากเยอรมันรายนี้กำลังวางแผนเพื่อที่จะทำให้เราได้เรียกใช้แท็กซี่ลอยฟ้าผ่านทางแอปพลิเคชันในอีก 6 ปีข้างหน้า Lilium เปิดตัวต้นแบบแท็กซี่ลอยฟ้าแบบ 5 ที่นั่งที่ใช้ชื่อว่า Lilium Jet ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเมืองต่างๆ ทั่วโลกภายในปี 2568 ตัวเครื่องเจ็ตใช้พลังงานจากแบตเตอรี่สามารถเดินทางได้ไกล 300 กิโลเมตร ในการชาร์จ 60 นาที มีแผนที่จะเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเมืองต่างๆ โดยผู้โดยสารสามารถจองเครื่องจากจุดลงจอดที่ใกล้ที่สุดผ่านทางแอปฯ ในสมาร์ทโฟน Lilium ยังไม่ได้เปิดเผยว่าจะต้องเสียค่าบริการเท่าไหร่ แต่อ้างว่ามันจะเทียบได้กับราคารถแท็กซี่ทั่วไป เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อให้คนทั่วไปได้ใช้งานกัน “เรากำลังก้าวไปอีกขั้นเพื่อทำให้การเคลื่อนไหวทางอากาศในเมืองเป็นจริง เราฝันถึงโลกที่ทุกคนสามารถบินได้ทุกที่ที่ต้องการและทุกเมื่อที่พวกเขาต้องการ” สตาร์ทอัพรายนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ร่วมก่อตั้ง Skype และจาก Tencent นอกจาก Lilium แล้วยังพบว่ามีบริษัทอื่นๆ ที่กำลังทำเรื่องแท็กซี่ลอยฟ้า ไม่ว่าจะเป็น Boeing และ Rolls Royce ที่มา : www.smartsme.co.th
24 ม.ค. 2565
ระบบนำทางของรถอัจฉริยะที่เชื่อมมากกว่าสถานีชาร์จไฟฟ้า
ระบบนำทางของรถอัจฉริยะที่เชื่อมมากกว่าสถานีชาร์จไฟฟ้า
ประสบการณ์การชาร์จพลังอันยอดเยี่ยม โซลูชั่นส์ที่บูรณาการการชาร์จพลังงานและนำทางเข้าด้วยกันแบบ Convenience Charging ที่สะดวกสุดๆ ของบ๊อช ช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าคาดคะเนพิสัยได้อย่างแม่นยำ และวางแผนเส้นทางโดยคำนวณว่าจะต้องแวะชาร์จพลังงานที่สถานีใด พร้อมให้ชาร์จไฟและชำระเงินได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ บริการใหม่ที่ช่วยหาพิกัดของบ๊อชยังช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้เวลาชาร์จพลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าผู้ขับอาจถึงขั้นตั้งตารอสถานีชาร์จครั้งต่อไปเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น ผู้ขับขี่สามารถใช้แพลตฟอร์มสำหรับการจองที่อยู่ในซอฟต์แวร์วางแผนเส้นทาง เพื่อจองโต๊ะร้านอาหารใกล้ๆ สถานีชาร์จโดยใช้เวลาไม่กี่วินาที ระบบนี้ยังมีฟีเจอร์พิเศษเฉพาะที่ช่วยแนะนำร้านอาหาร บาร์ หรือร้านกาแฟตามจุดหมายปลายทางใหม่ๆ โดยพิจารณาจากความชอบของผู้ขับขี่ที่เคยบันทึกเอาไว้ นอกจากนี้ ระบบ Convenience Charging ของบ๊อชยังรวมถึงบริการชาร์จพลังงานเคลื่อนที่ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ชาร์จไฟให้รถยนต์ได้แม้ไม่ได้อยู่ใกล้สถานีชาร์จ บ๊อชสามารถผลักดันให้เกิดบริการนี้ได้จากการร่วมมือกับผู้ให้บริการภายนอก ได้แก่ กิจการ สตาร์ทอัพ Chargery ในเบอร์ลิน ซึ่งให้บริการครบวงจรในการชาร์จไฟเคลื่อนที่ โดยใช้รถจักรยานยนต์ขนส่งนำเครื่องชาร์จไปยังจุดที่รถรอรับบริการโดยตรง ที่มา : www.smartsme.co.th
23 ม.ค. 2565
Gatik AI สตาร์ทอัพรถไร้คนขับ พันธมิตรของ Walmart
Gatik AI สตาร์ทอัพรถไร้คนขับ พันธมิตรของ Walmart
Gatik AI สตาร์ทอัพเนื้อหอมที่ได้รับการสนับสนุนจาก Walmart เพื่อเติมเต็มขุมกำลังของการขนส่งสินค้าระหว่างผู้ประกอบการขนาดกลาง เติมเต็มช่องว่างเรื่องการขนส่งที่จะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว สตาร์ทอัพรายนี้ไม่ได้ทำการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อเดินไปส่งของถึงหน้าบ้าน แล้วก็ไม่ใช่รถไร้คนขับที่จะต้องคอยส่งของให้หลักไมล์สดท้าย แต่นี่คือการเติมเต็มและทำการแก้ไขปัญหาของการขนส่งที่เรียกว่า Midle Mile ซึ่งก็คือการขนถ่ายสินค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ โดยใช้รถบรรทุกขนาดกลางและเล็กนั่นเอง ยานพาหนะที่ติดตั้งระบบการขับขี่ด้วยตัวเองของ Gatik AI สามารถวิ่งได้ระยะทางมากถึง 200 ไมล์ต่อวันในเมือง ซึ่งบริการนี้สามารถเติมเต็มความต้องการที่หลากกลาย อีกทั้งยังทำการสนับสนุนยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์อย่าง Amazon, FedEx หรือบริการไปรษณีย์ของอเมริกาได้ด้วย ดังนั้นการขนย้ายสินค้าจากคลังสินค้าไปยังศูนย์กระจายสินค้าขนาดย่อมเหล่านี้ เป็นหนึ่งในกรณีการใช้งานที่เรากำหนดเป้าหมาย สิ่งนี้สมบูรณ์แบบสำหรับการปรับขนาดและการจำหน่ายเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ทางด้าน Walmart ที่จะเป็นลูกค้าของ Gatik ยังไม่ได้ให้รายละเอียดมากมายเกี่ยวกับข้อตกลงการทำงานร่วมกัน คงต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ ที่มา : www.smartsme.co.th
22 ม.ค. 2565
Alyce สตาร์อัพสุดไฮเทค ใช้ AI ช่วยเลือกของขวัญให้ลูกค้า
Alyce สตาร์อัพสุดไฮเทค ใช้ AI ช่วยเลือกของขวัญให้ลูกค้า
Alyce ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำหน้าที่ในการช่วยพนักงานขาย นักการตลาด และนักวางแผนงาน ทำการมอบของขวัญขององค์กรที่ถูกใจลูกค้าแต่ละคนได้ งานนี้ช่วยให้องค์กรไม่ต้องมานั่งคิดว่าของขวัญที่ลูกค้าต้องการคืออะไร องค์กรต่างๆ ประสบปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับของขวัญจำนวนมาก เพราะความชอบของลูกค้าแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน จึงเป็นงานที่ยุ่งยากมากที่จะทำการเลือกและส่งของขวัญ ไม่ว่าของขวัญชิ้นนั้นจะผ่านการคัดเลือกมาอย่างมากมายขนาดไหน สุดท้ายผู้รับแต่ละคนก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความชอบและสไตล์เป็นของตัวเอง แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักการตลาดจะหาของขวัญชิ้นเดียวที่เหมาะกับลูกค้าทุกคนของพวกเขาได้ สตาร์ทอัพอย่าง Alyce จึงเข้ามาเป็นทางออกให้กับองค์กรต่างๆ ด้วยการนำเอารายชื่อของลูกค้าเข้าสู่ระบบ จากนั้นแพลตฟอร์มของ Alyce จะทำการค้นหาข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะของลูกค้าแต่ละคน ที่มีอยู่ใน Twitter, Facebook, LinkedIn และระบบอื่นๆ เพื่อทำการจับคู่และเลือกของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละรายให้องค์กรเลือกทำการซื้อและจัดส่งต่อไป จากนี้ไปนักการตลาดจะมั่นใจได้ว่าทำการเลือกและส่งของขวัญที่ถูกใจให้กับลูกค้า Alyce เข้ามาทำการแก้ไขปัญหาการเลือกของขวัญให้กับองค์กร นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะทำงานร่วมกับระบบ Salesforce เพื่อให้องค์กรสามารถส่งของขวัญได้จาก Salesforce โดยตรง ตอนนี้ Alyce มีลูกค้าเป็นองค์กรอย่าง InVision, Lenovo, Marketo และ Verizon ที่มา : www.smartsme.co.th
21 ม.ค. 2565
แท็กซี่ลอยฟ้าของ Uber เลือกใช้ 5G ของ AT&T
แท็กซี่ลอยฟ้าของ Uber เลือกใช้ 5G ของ AT&T
บริการแบบใหม่ของ Uber ที่จะนำทั้งคนและสิ่งของละทิ้งการจราจรที่ติดขัด ขึ้นไปเดินทางบนอากาศตัดสินใจเลือกใช้บริการ 5G ของ AT&T เน้นเรื่องของประสิทธิภาพของเครือข่าย AT&T ประกาศจะร่วมมือกับโครงการขนส่งทางอากาศของ Uber ในเชิงพาณิชย์ในปี 2566 โดยตอนนี้ทั้งสองบริษัทกำลังทำงานร่วมกันในการติดตั้งระบบของยานยนต์ไฟฟ้าขึ้นลงในแนวดิ่ง (eVTOL) และโดรนบรรทุกสินค้า ผ่านการใช้งานเครือข่าย 5G และ LTE ของ AT&T มีเป้าหมายว่าจะเปิดตัวใน ลอสแองเจลิส, ดัลลัส, ฟอร์ตเวิร์ธ และเมืองใหญ่ๆ ในต่างประเทศ 5G เป็นเครือข่ายมือถือยุคใหม่ที่ให้ความเร็วที่เร็วกว่าเดิม มีค่าความหน่วงที่ต่ำ ทำให้เวลาที่มีการส่งข้อมูลขนาดใหญ่แบบเรียลไทม์ทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมระบบเดินทางบนอากาศแบบใหม่ของ Uber สำหรับ AT&T เริ่มเปิดตัว 5G ให้เมืองใหญ่ๆ หลายเมืองของอเมริกามาอย่างต่อเนื่องจึงถือได้ว่าเป็นผู้มีประสบการด้านนี้มากที่สุด ส่วนในขั้นตอนของการทำงานร่วมกัน AT&T จะทำงานร่วมกับหน่วยธุรกิจการเคลื่อนย้ายทางอากาศของ Uber อย่างน้อยหนึ่งปี เพื่อทำการประเมินเรื่องการเปิดใช้และเชื่อมต่อกับ LTE และ 5G ที่มา : www.smartsme.co.th
20 ม.ค. 2565
Damon จักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเรดาร์ 360 องศา
Damon จักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเรดาร์ 360 องศา
Damon เป็นรถจักรยานยนต์ต้นแบบของสตาร์ทอัพจากแคนาดา เปิดตัวต้นแบบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่แสดงเทคโนโลยีใหม่ของบริษัท ด้วยการนำเอานวัตกรรมด้านความปลอดภัยแบบใหม่เข้ามาใช้กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อนในรถรุ่นใดๆ Damon ผลงานสตาร์ทอัพประเทศแคนาดา ได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์เข้ามาใช้งาน โดยมีการนำเอาระบบเซ็นเซอร์รอบทิศทางมาใช้ บวกกับการติดตั้งกล้องด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง เพื่อสร้างระบบทำงานที่คล้ายกับเรดาห์แบบ 360 องศา มาพร้อมกับหน้าจอ OLED เพื่อให้ผู้ขับขี่มองภาพจากกล้องด้านข้างและด้านหลังได้ และเมื่อรถเข้าสู่มุมอับ หรือจุดอันตรายต่างๆ ก็จะมีการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ขับขี่ ด้วยการสั่นสะเทือนที่มือ พร้อมสัญญาณไฟเตือนบนหน้าจอ ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกการขับขี่ของคุณจะเต็มไปด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อเข้ากับระบบเน็ตเวิร์คของ 5G เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ระบบแผนที่นำทาง การตรวจสอบสภาพการจราจร และอื่นๆ อีกมากมายที่จะเพิ่มเข้าไป ที่มา : www.smartsme.co.th
19 ม.ค. 2565
สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ ที่พาทันตแพทย์มาถึงหน้าออฟฟิศของคุณ
สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ ที่พาทันตแพทย์มาถึงหน้าออฟฟิศของคุณ
เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีรถ RV (recreational vehicle) จอดอยู่ที่ลานจอดรถของ Unilever สำนักงานใหญ่ในอเมริกา เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ นี่ไม่ใช่รถ RV ทั่วไป แต่มันคือคลีนิคทันตกรรมเต็มรูปแบบ “Henry the Dentist” ที่พร้อมจะมาดูแลสุขภาพฟันของพนักงานถึงหน้าออฟฟิศ สาเหตุที่ต้องเรียกใช้บริการสตาร์ทอัพด้านสุขภาพรายนี้ก็เพราะว่า ยูนิลีเวอร์ได้ทำการสำรวจพนักงานทั้ง บริษัทแล้วพบว่า 55% ของพนักงานไม่ได้รับการตรวจฟันเป็นประจำตามที่ควรจะเป็น เพราะพนักงานไม่ต้องการลางานไปหาหมอฟัน ยูนิลีเวอร์ก็เลยทำการนัดหมายจัดให้หมอฟันมารออยู่ที่หน้าออฟฟิศเลย สตาร์ทอัพรายนี้มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาสุขภาพในช่องปากให้กับคนทั้งประเทศ ด้วยการให้บริการหน่วยทำฟันเคลื่อนที่ เปิดตัวในปี 2560 และได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนจำนวนมาก ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Justin Joffe และ Alexandria Ketcheson เข้าสู่เส้นทางนี้โดยที่เขาทั้งสองคนไม่ใช่หมอฟัน แต่มีภูมิหลังเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแบรนด์และประสบการณ์ของผู้บริโภค จึงทำการเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ป่วยจากที่ต้องไปทำฟันตามที่หมอนัด กลายมาเป็นหมอมาทำฟันให้ถึงหน้าออฟฟิศ บริการนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าและผู้ลงทุน ที่มา : www.smartsme.co.th
18 ม.ค. 2565