โทรศัพท์ 1358
Warren Buffett : ผมไม่เคยเชื่อบิตคอยน์ ต่อให้เอาเหรียญทั้งโลกมากองขายราคา 25 ดอลลาร์ ก็ไม่ซื้อ
Warren Buffett : ผมไม่เคยเชื่อบิตคอยน์ ต่อให้เอาเหรียญทั้งโลกมากองขายราคา 25 ดอลลาร์ ก็ไม่ซื้อ
ดูเหมือนว่าสถานการณ์การลงทุนสกุลเงินดิจิทัลคริปโตฯ เกิดความผันผวนทางด้านราคาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหรียญที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนอย่างบิตคอยน์ที่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2565 ราคาร่วงลงมาอยู่ที่ 27,155.93 ดอลลาร์/BTC ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 2 ปี และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาบิตคอยน์จะพุ่งกลับมาเหมือนปกติ หรือจะร่วงลงไปอีก แม้ที่ผ่านมา “บิตคอยน์” จะเป็นการลงทุนแบบใหม่ที่ถูกโปรโมทจนดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่ให้เข้ามาลงทุน พร้อมทั้งถูกคาดหวังว่าจะเป็นการลงทุนแห่งอนาคตที่เข้ามาแทนที่การลงทุนแบบเดิม อย่างไรก็ตาม เมื่อเราย้อนดูคำพูดของ “พ่อมดการเงิน” Warren Buffett จะพบว่าเจ้าตัวไม่เคยเชื่อมั่นในบิตคอยน์เลย เพราะมองว่าไม่สามารถสร้างรายได้ได้ และไม่มีความคิดที่จะลงทุน ครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Warren Buffett กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทในวันที่ 30 เมษายน 2022 ซึ่ง ณ ขณะนั้น คริปโตฯ กำลังขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบิตคอยน์ แต่ Buffett มองว่าบิตคอยน์ไม่ได้มีค่าอะไรเลย เพราะไม่สามารถสร้างผลผลิต เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีประสิทธิผล จับต้องไม่ได้ “หากนำบิตคอยน์ทั้งหมดของโลกมากองอยู่ตรงหน้า แล้วเสนอให้ในราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ผมก็ไม่คิดจะซื้อ แม้ต่อจากนี้อีก 5-10 ปี ราคาบิตคอยน์จะขึ้นหรือลง ผมค่อนข้างแน่ใจว่าจะไม่ได้ผลผลิตอะไรเลย” Buffett กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนมองว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ และหวังว่าในอนาคตจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อถือครองในระยะเวลายาวนาน แต่การลงทุนคริปโตฯ มีอะไรซับซ้อนมากกว่านั้น ทั้งนี้ วลีเด็ดของ Buffett ที่มีต่อบิตคอยน์ คือ “บิตคอยน์เป็นเหมือนยาที่มีฤทธิ์แรงเป็นสองเท่า” ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นมุมมองเป็นอย่างดีเกี่ยวกับบิตคอยน์ ที่มา: businessinsider, cnbc, https://www.smartsme.co.th/content/246993
02 พ.ค. 2565
MG ปิดการรับจองรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น NEW MG EP PLUS
MG ปิดการรับจองรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่น NEW MG EP PLUS
MG ปิดรับจองรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น NEW MG EP PLUS แบบ 100% หลังโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อการผลิต และการจัดส่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำหนังสือชี้แจง ขอขอบคุณลูกค้าที่มั่นใจ และได้ทำการจองรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยกระแสตอบรับที่มีมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกจากนโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อการผลิต และการจัดส่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ไม่สามารถรองรับกับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นทางบริษัทฯ ได้พิจารณาถึงกำลังการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีอย่างจำกัด จึงมีความจำเป็นต้องขอหยุดรับการจองรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับรุ่น NEW MG EP PLUS โดยจะขอหยุดรับจองตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2565 เวลา 23.59 น. บริษัทฯ ขอขอบพระคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนบริษัทฯ และรถยนต์เอ็มจีเป็นอย่างดีมาโดยตลอด หากมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบในโอกาสถัดไป ที่มา : https://www.smartsme.co.th/content/246989
01 พ.ค. 2565
SMEs ไทยมีแนวโน้มการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตาม
SMEs ไทยมีแนวโน้มการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตาม
บีเอสเอชี้จุดอ่อนของ SMEs ไทยขาดทักษะการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ เสี่ยงเรื่องความปลอดภัยในการรักษาความลับทางการค้าและข้อมูลสำคัญของธุรกิจ พันธมิตรซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) องค์กรที่รณรงค์ส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เผยว่า จากปี 2561 บีเอสเอยังคงสำรวจการใช้งานซอฟต์แวร์ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง พบกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศไทยยังมีการใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ และใช้งานซอฟต์แวร์ไม่ถูกต้องตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ในขณะเดียวกันพบแนวโน้มการใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิเพิ่มสูงขึ้นในบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SMEs นอกจากนั้นยังพบว่าองค์กรธุรกิจที่ใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือใช้ไม่ถูกต้องตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ ส่วนใหญ่ยังไม่มีการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ (Software Asset Management : SAM) หรือมีการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ที่ไม่ดีพอเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล และขาดการบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ด้านการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security) ทำให้องค์กรธุรกิจเหล่านี้มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อาจทำให้ความลับทางการค้าและข้อมูลสำคัญรั่วไหล คู่ค้าหรือนักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจด้วย และอาจเลือกลงทุนกับองค์กรธุรกิจที่ใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องในประเทศอื่นในอาเซียน บีเอสเอเห็นว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่จะทำให้อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยลดลงได้อย่างรวดเร็ว คือความร่วมมือจากผู้บริหารองค์กรในการกำกับดูแลการใช้งานซอฟต์แวร์ให้เป็นอย่างถูกต้อง การเพิ่มทักษะของเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศในเรื่องการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ในระดับสากล รวมถึงการนำเรื่องการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารองค์กร ที่มา : https://www.bsa.org/, https://www.smartsme.co.th/content/232638
30 เม.ย. 2565
อาชญากรไซเบอร์ใช้เรื่องไวรัสเมืองอู่ฮั่นทำการแพร่กระจายมัลแวร์
อาชญากรไซเบอร์ใช้เรื่องไวรัสเมืองอู่ฮั่นทำการแพร่กระจายมัลแวร์
ความกังวลเกี่ยวกับการแพร่เชื้อไวรัสจากเมืองอู่ฮั่นของประเทศจีนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศว่าไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพระดับโลก หลายประเทศกำลังจำกัด การเดินทางของผู้คนจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ยิ่งเรากังวลเรื่องนี้มากเท่าไร อาชญากรไซเบอร์ก็รู้และคิดหาทางเล่นงานเราจากความกังวลในเรื่องนี้ แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นต้องการแพร่กระจายมัลแวร์เพื่อหวังผลในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ซึ่งจะเป็นการส่งไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ coronavirus ในรูปแบบของ PDF, MP4 และ DOC ที่มักจะบอกว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวข้องกับวิธีการป้องกันตัวจากไวรัส และข้อมูลล่าสุดของการแพร่กระจาย เมื่อผู้ได้รับทำการเปิดไฟล์เหล่านี้ก็จะเป็นการทำให้มัลแวร์แพร่กระจายเข้าไปในเครืองคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของบริษัทได้ มีการคาดการณ์ว่าจำนวนไฟล์ที่เป็นอันตรายจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นบริษัทต่าง ๆ ควรทำการแจ้งเตือนพนักงานของพวกเขาให้ระวังอีเมลหรือลิงก์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ coronavirus และควรแนะนำให้ทำการหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการจะปลอดภัยกว่า ที่มา : https://www.natlawreview.com/article/cyber-criminals-using-coronavirus-concern-to-assist-intrusions https://www.smartsme.co.th/content/232684
29 เม.ย. 2565
หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์เริ่มทำงานแล้วที่ผับแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว
หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์เริ่มทำงานแล้วที่ผับแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว
หุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์ตัวแรกของญี่ปุ่น เริ่มให้บริการชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าในผับของกรุงโตเกียว นี่เป็นก้าวแรกของการทดสอบการนำเอาระบบอัตโนมัติมาทำงานแทนคนในร้านเครื่องดื่ม เพื่อต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนแรงงานและสังคมผู้สูงอายุ หุ่นยนต์ที่ผลิตโดย บริษัท QBIT Robotics เข้าประจำการทำหน้าที่เป็นบาร์เทนเดอร์ ในร้านโยโรโนะตากิ มันสามารถเทเบียร์หนึ่งแก้วเสร็จในเวลา 40 วินาที และทำการผสมค็อกเทลเสร็จใน 1 นาที นอกจากนี้ระหว่างที่ทำการเทและชงเครื่องดื่ม ยังสามารถทักทายและพูดคุยกับลูกค้าผ่านทางหน้าจอของแท็บเล็ตได้อีกด้วย นี่เป็นอีกหนึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่น ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะได้ลดข้อ จำกัดของการขอวีซ่าเพื่อดึงดูดแรงงานต่างชาติแล้วก็ตาม ธุรกิจต่าง ๆ ก็ยังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอยู่ดี เนื่องจากจำนวนประชากรที่ลดลงและจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด การทดลองหุ่นยนต์บาร์เทนเดอร์นี้จะใช้เวลาในการทดสอบ 2 เดือน ก่อนที่จะทำการประเมินผล อาจจะต้องมีการปรับปรุงเรื่องความเร็วในการเทและชงเครื่องดื่มเพิ่มเติม รวมถึงหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่ในการติดตั้งหุ่นยนต์ เพราะพื้นที่ในร้านดูเหมือนจะเล็กเกินไปสำหรับหุ่นยนต์ ส่วนเรื่องของราคานั้นอยู่ที่ประมาณ 9 ล้านเยน หรือเทียบเป็นเงินเดือนที่ใช้จ้างบาร์เทนเดอร์ที่เป็นคนในระยะเวลา 3 ปี ที่มา : https://japantoday.com/category/tech/Robot-bartender-starts-work-at-Tokyo-pub https://www.smartsme.co.th/content/232770
28 เม.ย. 2565
AI and Happiness โซลูชั่นช่วยเพิ่มความสุขให้กับพนักงาน
AI and Happiness โซลูชั่นช่วยเพิ่มความสุขให้กับพนักงาน
ฮิตาชิเผยโฉม AI and Happiness โซลูชั่นช่วยเพิ่มความสุขให้กับพนักงานในองค์กร โดยใช้การเก็บข้อมูลส่วนตัวของพนักงานไปทำการวิเคราะห์เพื่อสร้างความสุขให้เพิ่มขึ้น การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการทำงานของชาวญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่มีการทำมาตลอด เพราะนั่นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ญี่ปุ่นเกิดการเติบโตในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะหลังนี้หลาย ๆ หน่วยงานต่างก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงานมากขึ้น จึงมีการคิดค้นนวัตกรรมต่างที่จะช่วยลดความเครียดในการทำงานให้กับพนักงานมากขึ้น บนความเชื่อที่ว่าความเครียดจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง ฮิตาชิ จึงได้เริ่มค้นคว้าโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเครียดให้กับพนักงาน โดยการนำเอาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาปรับใช้ในองค์กร โดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลของความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการทำงานกับคุณภาพของงาน ผ่านอุปกรณ์สวมใส่อย่างป้ายพนักงานและสายรัดข้อมือ ซึ่งภายในอุปกรณ์เหล่านั้นจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว, อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้กระทั่งการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูก AI ทำการวิเคราะเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างความสุขของพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงานตลอดจนคุณภาพของที่ได้ หากพบว่าพนักงานคนใดมีความเครียดมากเกินไป ก็จะมีคำแนะนำให้พนักงานเหล่านั้นทำกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด ในอนาคตทางฮิตาชิตั้งใจที่จะพัฒนา AI มาปรับใช้กับองค์กร เพื่อใช้ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน บนพื้นฐานของการลดความเครียดและเพิ่มความสุขให้กับพนักงานในองค์กรได้ ที่มา : https://social-innovation.hitachi/en-us/think-ahead/manufacturing/ai-for-happy-workforce https://www.smartsme.co.th/content/232814
27 เม.ย. 2565
Amazon, Ericsson และ Facebook พากันถอนตัวจากงาน Mobile World Congress 2020
Amazon, Ericsson และ Facebook พากันถอนตัวจากงาน Mobile World Congress 2020
งานเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังสูญเสียความยิ่งใหญ่ เพราะพิษจากไวรัสโคโรนา เมื่อ Amazon, Ericsson, Facebook, Sony, Intel, Cisco และ LG กำลังถอนตัวจากงาน Mobile World Congress 2020 เนื่องจากกลัวความเสี่ยงเรื่องไวรัสโรนา งานนี้จะจัดขึ้นที่บาร์เซโลนาระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นงานประชุมประจำปีที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยทั่วไปแล้วจะดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 100,000 รายและกว่า 2,400 บริษัท บรรดาผู้เล่นรายใหญ่ ๆ จะใช้ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และแสดงนวัตกรรมล่าสุดของพวกเขา แต่ในปีนี้บริษัทใหญ่ ๆ ทั้งหลายพากันถอนตัว เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่งานก็จะยังคงมีการจัดต่อไปตามแผนที่วางไว้ แต่จะจำกัดการเข้าถึงของผู้เข้าร่วมงานจากประเทศจีน และถึงแม้ว่าผู้จัดแสดงสินค้ารายใหญ่บางรายจะถอนตัว แต่ก็ยังมีบริษัทที่เข้าร่วมงานมากกว่า 2,800 ราย ผู้จัดงานกล่าวว่าจะดำเนินการคัดกรองด้วยอุณหภูมิและเพิ่มการทำความสะอาดในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างอย่างห้องจัดเลี้ยง, ห้องน้ำ, ไมโครโฟน และหน้าจอสัมผัสในจุดต่าง ๆ ทั่วงาน และปฎิเสธการเข้าร่วมงานของคนที่อยู่ในประเทศจีนช่วงสองสัปดาห์ก่อนงาน ที่มา : https://edition.cnn.com/2020/02/10/tech/mobile-world-congress-coronavirus/index.html https://www.smartsme.co.th/content/233007
26 เม.ย. 2565
Amazon เริ่มขายเทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้แคชเชียร์ให้กับผู้ค้าปลีกรายอื่น
Amazon เริ่มขายเทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้แคชเชียร์ให้กับผู้ค้าปลีกรายอื่น
Amazon จะเริ่มขายเทคโนโลยีการชำระเงินแบบไร้แคชเชียร์ เหมือนที่ประสบความสำเร็จไปแล้วกับ Amazon Go ให้ร้านค้าปลีกรายอื่นได้เอาไปใช้ เทคโนโลยีนี้มีชื่อว่า "Just Walk Out" เป็นระบบที่จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถนำเอาสินค้าที่พวกเขาต้องการแล้วเดินออกจากร้านไป โดยไม่จำเป็นต้องหยุดหรือยืนต่อแถวเพื่อทำการชำระเงิน ระบบจะใช้กล้องที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์อื่น ๆ ในการตรวจสอบรายการสินค้าที่ลูกค้าจะนำออกไป แล้วทำการตัดเงินผ่านระบบอัตโนมัติเมื่อลูกค้าเดินจากไป ส่วนของการติดตั้งระบบคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ในการติดตั้งเทคโนโลยีนี้ ขึ้นอยู่กับว่าร้านค้าปลีกที่จะทำการติดตั้งเป็นร้านค้าใหม่หรือเป็นร้านที่มีอยู่แล้ว สำหรับร้านค้าที่มีจะต้องมีการทำงานร่วมกับร้านค้าปลีกเพื่อลดผลกระทบกับการดำเนินการปัจจุบัน ความแตกต่างอีกอย่างของร้านค้าปลีกที่จะนำเอา Just Walk Out ไปใช้ที่แตกต่างออกไปจากร้าน Amazon Go ก็คือการเปลี่ยนจากการสแกนด้วยแอปฯ ของ Amazon มาเป็นการสแกนด้วยบัตรเครดิตที่ทางเข้าแทน และถ้าหากลูกค้าของร้านค้าปลีกต้องการใบเสร็จรับเงิน พวกเขาสามารถป้อนที่อยู่อีเมลของพวกเขาที่จุดบริการลูกค้าได้ จากนั้นใบเสร็จรับเงินจะถูกส่งเข้าไปยังอีเมลของพวกเขาทันที Amazon บอกว่าได้ทำข้อตกลงกับผู้ค้าปลีกหลายรายที่สนใจนำเทคโนโลยี Just Walk Out ไปใช้ในร้านค้าของตน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อและจำนวนเงินที่ทำการเรียกเก็บจากการใช้ระบบดังกล่าว ส่วนเป้าหมายของร้านค้าที่เหมาะกับระบบนี้คือ ร้านค้าในสนามบิน, โรงภาพยนตร์ และสนามกีฬา ที่มา : https://www.cnbc.com/2020/03/09/amazon-selling-cashierless-checkout-technology-to-other-retailers.html https://www.smartsme.co.th/content/234031
25 เม.ย. 2565
จีนมีระบบจดจำใบหน้าที่ทันสมัยที่สุดของโลก แม้ใส่หน้ากากอนามัยก็ยังรู้ว่าเป็นใคร
จีนมีระบบจดจำใบหน้าที่ทันสมัยที่สุดของโลก แม้ใส่หน้ากากอนามัยก็ยังรู้ว่าเป็นใคร
Hanwang Technology แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าของพวกเขานั้นล้ำหน้าขนาดไหน เพราะแม้ในยามที่ผู้คนพากันใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อจากไวรัสโควิด-19 ระบบของพวกเขายังคงทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ บริษัทกล่าวว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่สามารถจดจำคนได้แม้ในขณะที่ทำการสวมหน้ากาก และเมื่อทำการเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ก็จะสามารถบอกอุณหภูมิของร่างกายไปพร้อม ๆ กับการระบุชื่อของคน ๆ นั้นได้ด้วย บริษัทนี้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี มีฐานข้อมูลของใบหน้าคนจำนวนหลายล้านคน ทีมงานเริ่มพัฒนาระบบให้มีความแม่นยำขึ้นแม้จะมีการสวมหน้ากากในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตอนนี้ระบบก็พร้อมที่จะช่วยคัดกรองผู้คนได้แล้ว ส่วนความแม่นยำในการระบุตัวตนของผู้ที่สวมหน้ากากอนามัยนั้นจะอยู่ที่ 95% ซึ่งถือว่าสูงมาก จากเดิมที่มีความแม่นยำในระดับ 99.5% เมื่อไม่มีการสวมหน้ากาก ตอนนี้มีลูกค้ากว่า 200 รายในกรุงปักกิ่งที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ส่วนผลการตอบรับจากผู้คนก็ดูเหมือนว่าประชาชนจะให้การยอมรับระบบแบบนี้ ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความปลอดภัยเรื่องสุขภาพ ทางบริษัทก็หวังว่าระบบนี้จะเป็นประโยชน์กับคนทั้งโลก ในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดเกิดขึ้นทั่วโลก พวกเขาถือว่าเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับคนทั้งโลก ที่มา : https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-facial-recognition/even-mask-wearers-can-be-idd-china-facial-recognition-firm-says-idUSKBN20W0WL https://www.smartsme.co.th/content/234058
24 เม.ย. 2565
ฟิตเนสในสหรัฐฯ นำเสนอคลาสออกกำลังกายฟรีผ่านทางสตรีมมิ่ง
ฟิตเนสในสหรัฐฯ นำเสนอคลาสออกกำลังกายฟรีผ่านทางสตรีมมิ่ง
ฟิตเนสหลายแห่งทั่วประเทศกำลังจะต้องปิดตัวลง เนื่องจากผู้คนเริ่มจะหลีกเลี่ยงการรวมตัวกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องหยุดออกกำลังกายไปด้วย Planet Fitness หนึ่งในฟิตเนสที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา เปิดบริการคลาสแบบออนไลน์ฟรี เพื่อร่วมต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยคลาสสอนการออกกำลังกายที่บ้านแบบใหม่นี้ จะเริ่มสตรีมมิ่งบนหน้า Facebook ของบริษัทตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม คลาสเหล่านี้จะเปิดให้ทุกคนได้เรียนฟรีไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาชิก คนทั่วไปก็เข้าไปเรียนได้ คลาสจะถูกถ่ายทอดสดทุกวันในเวลา 19.00 น. ตามเวลาในอเมริกา ต่อเนื่องเป็นเวลาสองสัปดาห์ และถ้าคุณพลาดก็สามารถดูย้อนหลังได้ทั้งทางอ Facebook และ YouTube ของ Planet Fitness "กิจวัตรประจำวันของพวกเรากำลังจะเปลี่ยนไปในแบบที่คิดไม่ถึง รู้ว่าผู้คนอาจจะไม่สามารถเดินทางมาเข้าฟิตเนสได้ นั่นคือเหตุผลที่เราเสนอคลาสออกกำลังกายแบบสตรีมมิ่งผ่านทาง Facebook ของ Planet Fitness” Jeremy Tucker หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Planet Fitness กล่าว นี่ถือเป็นการเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสถานที่ออกกำลังกาย หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการชุมนุมทางสังคมมากกว่า 10 คน แน่นอนว่าบรรดาฟิตเนสส่วนใหญ่จะต้องได้รับผลกระทบ การนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยจะทำให้ธุรกิจปรับตัวได้เร็วขึ้น ที่มา : https://www.usatoday.com/story/money/2020/03/16/planet-fitness-offers-free-home-workout-classes-online/5062122002/ https://www.smartsme.co.th/content/234366
23 เม.ย. 2565