โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
DIPROM Center 7 ส่งเสริมผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ยกระดับกระบวนการผลิตผำแปรรูป
DIPROM Center 7 ส่งเสริมผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ยกระดับกระบวนการผลิตผำแปรรูป
DIPROM Center 7 ส่งเสริมผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ยกระดับกระบวนการผลิตผำแปรรูป **DIPROM Center 7 ส่งเสริมผู้ประกอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ยกระดับกระบวนการผลิตผำแปรรูป** ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เข้าไปส่งเสริม **บริษัท อาหารอายุรวัฒน์ จำกัด** ภายใต้โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในธุรกิจอุตสาหกรรมท้องถิ่น โดยนำเทคโนโลยี **IoT, HMI และ PLC** มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิต ช่วยให้ควบคุมความเร็วรอบได้อย่างแม่นยำ ลดขั้นตอนการทำงาน ประหยัดพลังงาน และตรวจสอบข้อมูลการผลิตผ่านมือถือได้จากระยะไกล **เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมได้แม่นยำ บริหารจัดการได้ทุกที่ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่** #DIPROM #DIPROMCenter7 #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #เทคโนโลยีสมัยใหม่ #IoT #HMI #PLC #นวัตกรรมอุตสาหกรรม #ยกระดับกระบวนการผลิต #เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต #ลดต้นทุนการผลิต #อุตสาหกรรมอาหาร #ผำแปรรูป #ผู้ประกอบการไทย <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/aWZ8IFarbJM?si=aD9UrlrM2sfQN0eL" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
21 ต.ค. 2569
บริษัท โขงเจียม บริววิ่ง จำกัด นำระบบตรวจติดตามอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring) มาใช้ในกระบวนการผลิตเบียร์
บริษัท โขงเจียม บริววิ่ง จำกัด นำระบบตรวจติดตามอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring) มาใช้ในกระบวนการผลิตเบียร์
**ใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ ดันกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 15%!** บริษัท โขงเจียม บริววิ่ง จำกัด นำระบบตรวจติดตามอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring) มาใช้ในกระบวนการผลิตเบียร์ เชื่อมต่อข้อมูลจากถังผลิต 3 ถัง พร้อมแสดงผลและแจ้งเตือนผ่านมือถือ ช่วยให้ติดตามความผิดปกติและปรับกระบวนการผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น **ผลลัพธ์ชัดเจน!** เพิ่มปริมาณการผลิตจาก 100 เป็น 115 ลิตรต่อรอบ หรือเพิ่มขึ้น **15%** สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ภายใต้กิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในธุรกิจอุตสาหกรรมท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดย **DIPROM Center 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม** **เทคโนโลยีที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มผลิตภาพและยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ** #DIPROM #DIPROMCenter7 #เทคโนโลยีสมัยใหม่ #เพิ่มผลิตภาพ #ยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรม <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/UDcO6L5OnHs?si=R_yuoqnHTiGzTApd" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
20 ต.ค. 2569
บริษัท โมโม่ ซุปเปอร์สโตร์ จำกัด ยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ด้วยการพัฒนา **Web App บริหารคลังสินค้า**
บริษัท โมโม่ ซุปเปอร์สโตร์ จำกัด ยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ด้วยการพัฒนา **Web App บริหารคลังสินค้า** พร้อมวิเคราะห์สินค้าแบบ ABC Analysis จัดผังการไหลของกระบวนการผลิตใหม่ และวางแผน Safety Stock ให้เหมาะสม
**บริหารคลังสินค้าให้เป็นระบบ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ!** บริษัท โมโม่ ซุปเปอร์สโตร์ จำกัด ยกระดับการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ด้วยการพัฒนา **Web App บริหารคลังสินค้า** พร้อมวิเคราะห์สินค้าแบบ ABC Analysis จัดผังการไหลของกระบวนการผลิตใหม่ และวางแผน Safety Stock ให้เหมาะสม **จัดการสต็อกแม่นยำ ลดภาระสินค้าคงคลัง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน** ต่อยอดธุรกิจให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ **การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน** กิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคนิคการบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน โดย **DIPROM Center 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม** **ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ DIPROM Center 7 ได้ที่** Website: ipc7.dip.go.th Facebook: DIPROM Center 7 YouTube: @DIPROMCenter7 Instagram: @dipromcenter7 Call Center: 045-314-216 #DIPROM #DIPROMCenter7 #บริหารจัดการโลจิสติกส์ #ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ #พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/tF2UHH2wRr8?si=ymneOXBaIJOoxkNK" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
20 ต.ค. 2569
เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นกำไร ลดปลาตายเหลือ 0 ตัว
บริษัท จิรณินทร์ ซัพพลาย จำกัด เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นกำไร ลดปลาตายเหลือ 0 ตัว
**เปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นกำไร ลดปลาตายเหลือ 0 ตัว!** บริษัท จิรณินทร์ ซัพพลาย จำกัด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในธุรกิจอุตสาหกรรมท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดย **DIPROM Center 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม** นำระบบ **IoT** มาใช้ตรวจติดตามการจ่ายออกซิเจนในบ่อพักปลา พร้อมแจ้งเตือนผ่านมือถือ ช่วยลดอัตราปลาตายจากเดิมประมาณ 30 ตัว เหลือ **0 ตัว ต่อปลา 300 กิโลกรัม** **ลดความสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาธุรกิจได้จริง!** อยากยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่? ติดตามกิจกรรมดี ๆ และโอกาสในการพัฒนาธุรกิจได้ที่ DIPROM Center 7 **ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ DIPROM Center 7 ได้ที่** Website: ipc7.dip.go.th Facebook: DIPROM Center 7 YouTube: @DIPROMCenter7 Instagram: @dipromcenter7 Call Center: 045-314-216 #DIPROM #DIPROMCenter7 #เทคโนโลยีIoT #ยกระดับธุรกิจ #ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพ <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/RQcsEzpWQOw?si=Bp1RtzYTsD4Awn0t" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
20 ต.ค. 2569
ตะกร้อศรีสะเกษ Takory Craft จากดินภูเขาไฟ สู่ผ้ามัดย้อมอัตลักษณ์ศรีสะเกษ
ตะกร้อศรีสะเกษ Takory Craft จากดินภูเขาไฟ สู่ผ้ามัดย้อมอัตลักษณ์ศรีสะเกษ
**จากดินภูเขาไฟ สู่ผ้ามัดย้อมอัตลักษณ์ศรีสะเกษ! DIPROM Center 7 หนุนผู้ประกอบการ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์** **เปลี่ยนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ให้เป็นจุดเด่นทางธุรกิจ** ผ้ามัดย้อมดินภูเขาไฟ ไม่ได้เป็นเพียงผืนผ้าที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้อีกด้วย ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Center 7) จึงเข้าไปสนับสนุน **ร้านตะกร้อศรีสะเกษ** โดยนายฆนาพงษ์ ธรรมธร ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดย้อมดินภูเขาไฟ ผ่านกิจกรรม **Creative Corridor** เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจภูมิภาค **DIPROM Center 7 ช่วยต่อยอดธุรกิจอย่างไร?** **พัฒนาสินค้าให้โดดเด่นยิ่งขึ้น** ให้คำแนะนำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้จุดเด่นและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นต้นทุนสำคัญ **เพิ่มประโยชน์ใช้สอย ต่อยอดไอเดียใหม่** ส่งเสริมการออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น (Reform) **ปรับปรุงคุณภาพ เพิ่มคุณค่าของสินค้า** พัฒนาคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานและความต้องการของตลาด (Refine) **ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง** การสนับสนุนดังกล่าวช่วยให้ร้านตะกร้อศรีสะเกษสามารถ **เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้ถึงร้อยละ 53** สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ก็สามารถต่อยอดเป็นสินค้าอัตลักษณ์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้ **เพราะของดีในท้องถิ่น หากได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง ก็สามารถเติบโตเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าได้** DIPROM Center 7 พร้อมเป็นแรงสนับสนุนให้ผู้ประกอบการนำทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรในท้องถิ่นมาต่อยอด พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และขยายโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน **ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ DIPROM Center 7 ได้ที่** Website: ipc7.dip.go.th Facebook: DIPROM Center 7 YouTube: @DIPROMCenter7 Instagram: @dipromcenter7 Call Center: 045-314-216 #DIPROMCenter7 #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIPROM #กระทรวงอุตสาหกรรม #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่7 #DIPROMCenter7 #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #ร้านตะกร้อศรีสะเกษ #CreativeCorridor #ผ้ามัดย้อมดินภูเขาไฟ #เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ #พัฒนาผู้ประกอบการ <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/UesPjDRH3Dk?si=gEG2qTQ88Uc3kDVR" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
19 ต.ค. 2569
ส่งเสริมการแปรรูปกระบองเพชร สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ “ลูกหยีกระบองเพชร” ของไร่วันยังขำ
ส่งเสริมการแปรรูปกระบองเพชร สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ “ลูกหยีกระบองเพชร” ของไร่วันยังขำ
🌵 ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 (DIPROM Center 7) ส่งเสริมการแปรรูปกระบองเพชร สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ “ลูกหยีกระบองเพชร” ของไร่วันยังขำ จากสวนยางที่ได้รับผลกระทบจากพายุ สู่การค้นพบโอกาสใหม่ในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากกระบองเพชร 🌱 “ไร่วันยังขำ” โดยแม่ภา เริ่มต้นปลูกกระบองเพชรจากความชื่นชอบ ก่อนต่อยอดแนวคิดสู่การแปรรูปกระบองเพชรกลุ่มโอพันเทีย (Opuntia) เป็นผลิตภัณฑ์ “ลูกหยีกระบองเพชร” ที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน สดชื่น พร้อมพัฒนาเป็นสูตรหวานและสูตรเผ็ด เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค 🤝 DIPROM Center 7 สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการแปรรูปและถนอมอาหาร พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการกวนและการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำผลผลิตมาต่อยอดได้อย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสียจากการจำหน่ายผลผลิตสดไม่ทัน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์แปรรูป เรื่องราวของไร่วันยังขำสะท้อนให้เห็นว่า ผลผลิตทางการเกษตรไม่จำเป็นต้องมีคุณค่าเพียงการจำหน่ายในรูปแบบวัตถุดิบ แต่ยังสามารถนำความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อีกด้วย 🌵✨ DIPROM Center 7 พร้อมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ให้สามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาต่อยอดธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน #DIPROMCenter7 #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #ไร่วันยังขำ #กระบองเพชรแปรรูป #เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร #พัฒนาผู้ประกอบการ <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/VsJNnSWkg3g?si=evh-eOXCD6pFU57n" title="YouTube video player" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
19 ต.ค. 2569
DIPROM Center 7 ติดตามการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
DIPROM Center 7 ติดตามการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
📢 DIPROM Center 7 ติดตามการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 📅 วันที่ 15 ตุลาคม 2569 .......จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ นางสาวพรพรรณ บุญญะอติชาติ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM Center 7) มอบหมายให้ทีมเจ้าหน้าที่ นำโดย นางสาวจันทร์จิรา เสือโคล่ง นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ พร้อมด้วยนายนฤพนธ์ ทาวะรัตน์ นายช่างเทคนิคชำนาญงาน ว่าที่ ร.ต. จักรพันธ์ เพ็ญพิมพ์ นิติกร และนายบุญสาร แสนโท นักวิชาการอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ ณ จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อกำกับและติดตามผลการดำเนินงานกิจกรรมเสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs (6MD) (ReBoost) ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีสถานประกอบการเข้ารับการกำกับและติดตามผลการดำเนินงาน จำนวน 2 กิจการ ได้แก่ 1. **กิจการกาแฟโรบัสต้าศรีสะเกษ** อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ 2. **กิจการอุบล อะควา ฟู้ดส์** อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในระดับพื้นที่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรม : และนายสมชาย เชาว์ประโคน พนักงานจ้างเหมาบริการฯ 📲 **ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ DIPROM Center 7 ได้ที่** 🌐 Website: ipc7.dip.go.th 📘 Facebook: DIPROM Center 7 ▶️ YouTube: @DIPROMCenter7 📸 Instagram: @dipromcenter7 📞 Call Center: 045-314-216 #DIPROMCenter7 #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIPROM #กระทรวงอุตสาหกรรม #ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่7 #จังหวัดอุบลราชธานี #จังหวัดศรีสะเกษ #RebuildSMEs #ReBoost
15 ต.ค. 2569
นวัตกรรมข้าวกล่อง อาหารยังชีพแห่งอนาคต เก็บได้นาน 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น
นวัตกรรมข้าวกล่อง อาหารยังชีพแห่งอนาคต เก็บได้นาน 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น
# นวัตกรรมข้าวกล่อง อาหารยังชีพแห่งอนาคต เก็บได้นาน 18 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น! **เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้น อาหารหนึ่งกล่องอาจมีความหมายมากกว่าที่คิด แล้วจะเป็นไปได้หรือไม่ หากข้าวพร้อมรับประทานสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 18 เดือน โดยไม่ต้องพึ่งตู้เย็น?** ในสถานการณ์น้ำท่วมที่ไฟฟ้าอาจถูกตัดขาด การเดินทางลำบาก และการจัดหาอาหารสดทำได้ยาก อาหารที่พร้อมรับประทานและเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิห้องจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นี่คือที่มาของนวัตกรรมข้าวกล่องพร้อมรับประทานที่นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้อาหารเข้าถึงผู้คนได้แม้ในภาวะฉุกเฉิน ## เบื้องหลังนวัตกรรม: ทำไมอาหารจึงเก็บได้นาน? หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือ **Retort หรือการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนภายใต้ความดันในภาชนะปิดสนิท** กระบวนการดังกล่าวช่วยควบคุมจุลินทรีย์ที่อาจทำให้อาหารเน่าเสียหรือก่อให้เกิดอันตราย เมื่อผ่านกระบวนการที่เหมาะสมและบรรจุภัณฑ์ยังคงสมบูรณ์ อาหารจึงสามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้ตามอายุการเก็บรักษาที่กำหนด ข้อสำคัญคือ ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยการควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์ และการเก็บรักษาตามเงื่อนไขที่กำหนดด้วย ## มากกว่าความสะดวก คือการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ จุดเด่นของอาหารลักษณะนี้ไม่ได้มีเพียงอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน แต่ยังช่วยลดข้อจำกัดในการจัดเตรียมอาหารในพื้นที่ประสบภัย * **สำหรับผู้ประสบภัย:** มีอาหารพร้อมรับประทานโดยไม่จำเป็นต้องใช้ตู้เย็นหรือปรุงอาหารใหม่ หากผลิตภัณฑ์นั้นออกแบบให้รับประทานได้ทันที * **สำหรับหน่วยงานช่วยเหลือ:** สามารถวางแผนสำรองอาหารและบริหารจัดการเสบียงได้สะดวกขึ้น * **สำหรับระบบโลจิสติกส์:** ลดข้อจำกัดบางประการในการขนส่งและกระจายอาหารที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ * **สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร:** แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีถนอมอาหารเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สถานการณ์เฉพาะ อย่างไรก็ตาม การเก็บรักษาโดยไม่แช่เย็นไม่ได้หมายความว่าสามารถเก็บอาหารไว้ในสภาพแวดล้อมใดก็ได้ ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก และหลีกเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภัณฑ์บวม รั่ว หรือเสียหาย ## จากงานวิจัยสู่โอกาสทางธุรกิจ นวัตกรรมอาหารยังชีพยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำงานวิจัยมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม เทคโนโลยีการถนอมอาหารสามารถเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ขยายช่องทางตลาด และสร้างความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วไป สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาอาหารพร้อมรับประทานประเภทนี้ จำเป็นต้องศึกษาความเหมาะสมของสูตรอาหาร กระบวนการฆ่าเชื้อ บรรจุภัณฑ์ และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์จริง รวมถึงปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรนำระยะเวลาการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปใช้รับรองผลิตภัณฑ์อื่นโดยไม่มีผลการทดสอบรองรับ ## นวัตกรรมที่ช่วยให้สังคมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง เรื่องราวของข้าวกล่องนวัตกรรมอาหารยังชีพแสดงให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่ได้อยู่เพียงในห้องทดลอง แต่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ ตั้งแต่การเตรียมอาหารสำรองในยามฉุกเฉิน ไปจนถึงการสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทย เพราะในวันที่เกิดวิกฤต **อาหารที่ปลอดภัย เก็บรักษาได้เหมาะสม และเข้าถึงผู้ประสบภัยได้ทันเวลา คือส่วนสำคัญของการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ** **ติดตามข่าวสารและองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้ที่ DIPROM Center 7** Website: ipc7.dip.go.th Facebook: DIPROM Center 7 YouTube: @DIPROMCenter7 Instagram: @dipromcenter7 Call Center: 045-314-216 #DIPROMCenter7 #DIPROM #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #นวัตกรรมอาหาร #เทคโนโลยีอาหาร #อาหารช่วยภัยพิบัติ #เพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมอาหาร
09 ต.ค. 2569
AI ไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่อีกต่อไป! ผลสำรวจ OECD ชี้ SMEs หันมาใช้ Generative AI กันมากขึ้น
AI ไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่อีกต่อไป! ผลสำรวจ OECD ชี้ SMEs หันมาใช้ Generative AI กันมากขึ้น
**AI ไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่อีกต่อไป! ผลสำรวจ OECD ชี้ SMEs หันมาใช้ Generative AI กันมากขึ้น** ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) จำนวนไม่น้อยเริ่มนำ Generative AI มาใช้ในการทำงานจริงแล้ว องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) สำรวจ SMEs กว่า 5,000 ราย ใน 7 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย แคนาดา เยอรมนี ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ในช่วงปลายปี 2567 พบว่าผู้ประกอบการจำนวนมากใช้ Generative AI ในธุรกิจแล้ว โดยเยอรมนีมีการใช้สูงที่สุด และญี่ปุ่นต่ำที่สุดในกลุ่มที่สำรวจ (ผลสำรวจนี้ยังไม่รวมประเทศไทย) จากเครื่องมือของบริษัทใหญ่ สู่ผู้ช่วยของธุรกิจทุกขนาด เดิมที AI เป็นเรื่องของธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันต้นทุนและปริมาณข้อมูลที่ต้องใช้ลดลง ผู้ประกอบการรายเล็กจึงเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ที่ใช้แล้วได้ผลอย่างไร? ผู้ประกอบการที่ใช้ Generative AI ส่วนใหญ่ระบุว่าประโยชน์สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้บุคลากรทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ที่รายงานว่าช่วยขยายธุรกิจ ช่วยให้แข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ได้ และช่วยเพิ่มรายได้ รวมถึงช่วยลดภาระงานของพนักงานหรือของเจ้าของกิจการเอง ที่น่าสนใจคือ ธุรกิจส่วนใหญ่ระบุว่า AI ไม่ได้ทำให้ความต้องการจำนวนพนักงานเปลี่ยนไป ทั้งนี้เป็นการรายงานของผู้ประกอบการเอง ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจย่อมต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน แนวทางประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจ &bull; การตลาด: วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ช่วยเขียนข้อความโฆษณา สร้างคอนเทนต์ และคิดแนวทางแคมเปญ &bull; การผลิต: วิเคราะห์ข้อมูลการผลิต คาดการณ์ความต้องการ และช่วยตรวจสอบคุณภาพ เพื่อลดความสูญเสีย &bull; การเงิน: จัดระเบียบและสรุปรายรับ รายจ่าย ต้นทุน และกระแสเงินสด แต่ AI เป็นเพียงผู้ช่วยวิเคราะห์ การตัดสินใจสำคัญยังต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้รับผิดชอบ &bull; ผู้บริหาร: สรุปและเปรียบเทียบยอดขาย สินค้าขายดี และแนวโน้มตลาด เพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ OECD พบว่า SMEs ส่วนใหญ่ใช้ Generative AI กับงานสนับสนุนมากกว่ากิจกรรมหลักของธุรกิจ จุดเริ่มต้นที่ดีจึงอาจเป็นงานง่าย ๆ เช่น สร้างเอกสาร &rarr; สรุปข้อมูล &rarr; แปลภาษา &rarr; สร้างคอนเทนต์ &rarr; วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น แล้วค่อยขยายไปสู่กระบวนการสำคัญเมื่อเห็นผลชัดเจน อย่าลืม: ผู้ประกอบการที่ยังไม่ใช้จำนวนมากกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ กฎหมาย และความปลอดภัยของข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบ จึงควรตรวจสอบผลลัพธ์ทุกครั้ง และไม่นำข้อมูลลับของธุรกิจไปใส่ในเครื่องมือโดยไม่ระมัดระวัง ก้าวแรกของ AI ไม่ต้องใหญ่ แค่เริ่มให้ถูกจุด ธุรกิจของคุณก็ไปได้ไกลกว่าที่คิด ที่มา: OECD, "Generative AI and the SME Workforce" https://www.oecd.org/.../generative-ai-and-the-sme... Website: ipc7.dip.go.th Facebook: DIPROM Center 7 YouTube: @DIPROMCenter7 Instagram: @dipromcenter7 Call Center: 045-314-216 #DIPROMCenter7 #DIPROM #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #GenerativeAI #AIforSME #SMEs #ผู้ประกอบการ #OECD
08 ต.ค. 2569
"ของเหลือ" จากโรงงานหรือกระบวนการผลิต ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งทิ้งไปเสมอไปนะ
"ของเหลือ" จากโรงงานหรือกระบวนการผลิต ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งทิ้งไปเสมอไปนะ
"ของเหลือ" จากโรงงานหรือกระบวนการผลิต ไม่ได้แปลว่าต้องทิ้งทิ้งไปเสมอไปนะ หลายอย่างที่เราคิดว่าเป็น “ขยะ” จริง ๆ แล้วยังมีคุณสมบัติหรือสารดี ๆ อยู่ข้างใน ถ้าเราเอามาแปรรูป เอามาสกัด หรือเอามาทำใหม่ มันก็กลายเป็นวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือแม้แต่ธุรกิจใหม่ได้เลย ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเปลือกผลไม้ ที่ปกติเราทิ้งหลังกินเนื้อเสร็จ เปลือกพวกนี้สามารถนำไปทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น ทำเป็นส่วนผสมอาหารหรือเครื่องดื่ม สกัดเป็นสารที่มีประโยชน์ หรือนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ขายได้จริง แนวคิดหลักก็ง่าย ๆ แค่นี้ Waste &rarr; Value &rarr; Innovation &rarr; Opportunity (ขยะ &rarr; มูลค่า &rarr; นวัตกรรม &rarr; โอกาส) บางครั้งโอกาสดี ๆ ที่จะสร้างรายได้หรือสร้างธุรกิจใหม่ มันซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรากำลังจะทิ้งทิ้งไปนั่นแหละ ลองมองของเหลือในกระบวนการผลิตใหม่ ๆ สิ อาจเจอทั้งมูลค่าและไอเดียดี ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน
07 ต.ค. 2569