โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
คนกล้าออกจากบ้าน! ฉุด “Netflix” ยอดตก หุ้นร่วง 11%
คนกล้าออกจากบ้าน! ฉุด “Netflix” ยอดตก หุ้นร่วง 11%
“Netflix” ยอดวูบ หลังคนฉีดวัคซีนโควิด-19 มากขึ้นกล้าออกจากบ้าน ผู้ใช้บริการใหม่กว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ย ทำหุ้นร่วง 11% บริษัทเน็ตฟลิกซ์ อิงค์ ผู้ให้บริการ “Netflix” สตรีมมิ่งวิดีโอของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การผลิตรายการทีวีและภาพยนตร์ที่ชะลอตัวในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้บริการในไตรมาสแรกของปี 2564 และส่งผลให้ราคาหุ้นเน็ตฟลิกซ์ร่วงลง 11% เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.64) รายงานระบุว่า มีผู้ใช้บริการ Netflix ใหม่ประมาณ 3.98 ล้านรายในไตรมาส 1/2564 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์จากผลสำรวจของ Refinitiv ที่ 6.25 ล้านราย โดย “Netflix” เองยังคาดการณ์ว่า ผู้ใช้บริการใหม่จะเพิ่มขึ้นเพียง 1 ล้านรายในไตรมาสที่ 2/2564 สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 4.8 ล้านราย การคาดการณ์ของ “Netflix” ว่าจะมีลูกค้าสตรีมมิ่งใหม่สุทธิเพียง 1 ล้านราย ถือเป็นยอดการขยายตัวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท ซึ่งเป็นสถิติเปรียบเทียบจากผู้ใช้งานต่ำสุดในไตรมาสที่ 2 ของปี 56 ที่มียอดผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านรายเล็กน้อย ขณะที่ในปีที่ผ่านมา “Netflix” มีจำนวนผู้ใช้บริการใหม่มากถึง 15.8 ล้านราย เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้คนทั่วโลกต้องอยู่กับบ้าน แต่การแพร่ระบาดดังกล่าว ก็เป็นอุปสรรคต่อการถ่ายทำรายการใหม่ๆของบริษัทเช่นกัน สำหรับสาเหตุที่ผู้ใช้บริการ “Netflix” ลดลงนั้น นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในวงกว้าง และประชาชนจำนวนมากเริ่มออกนอกบ้าน มาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ที่มา : https://www.smartsme.co.th/content/244105
09 มี.ค. 2565
JD.com อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จีนจ่ายเงินเดือนพนักงานในรูปแบบ “เงินหยวนดิจิทัล”
JD.com อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จีนจ่ายเงินเดือนพนักงานในรูปแบบ “เงินหยวนดิจิทัล”
JD.com อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน เริ่มจ่ายเงินเดือนพนักงานบางรายในรูปแบบของเงินหยวนดิจิทัล เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของธนาคารกลางประเทศที่ต้องการขยายฐานผู้ใช้ ที่ผ่านมา ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) เริ่มต้นใช้งานการจ่ายเงินในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อปี 2014 ที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามาแทนที่เหรียญ และเงินสดในอนาคตข้างหน้า แม้ว่าสกุลเงินหยวนดิจิทัลจะยังให้บริการใช้ได้ทั่วประเทศ แต่ PBOC ได้นำร่องทดลองใช้ในเมืองใหญ่ ๆ ของจีนเป็นที่เรียบร้อย ผ่านทางรูปแบบลอตเตอรี่ ซึ่งเงินหยวนดิจิทัลจะถูกส่งไปยังผู้อยู่อาศัย เพื่อให้นำเงินไปใช้จ่ายกับร้านค้าปลีก ซึ่งรวมถึง JD.com ที่เข้าร่วมเช่นกัน ด้วยกระแสที่คาดว่าจะเป็นเทรนด์ในอนาคต จึงทำให้ JD.com ร่วมมือกับ PBOC ทดลองจ่ายเงินดิจิทัล ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินให้กับพนักงานบางรายในรูปแบบเงินหยวนดิจิทัล เมื่อเดือนมกราคม โดยการดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามความพยายามของรัฐบาลจีนที่ต้องการให้ประชาชนหันมาใช้การใช้จ่ายเงินในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น Li Bo รองผู้ว่าการ PBOC กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนนี้ ธนาคารเริ่มมองหาการขยายฐานผู้ใช้สกุลเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจรวมถึงการอนุญาตให้นักท่องเที่ยว นักกีฬาต่างชาติที่เข้าร่วมหารแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่กรุงปักกิ่ง ในปี 2022 สามารถใช้เงินหยวนดิจิทัลได้ ทั้งนี้ สกุลเงินหยวนดิจิทัลของจีน ไม่ใช่สกุลเงินเดียวกับบิตคอยน์ ซึ่งถูกสั่งห้ามจากธนาคารกลาง ที่มา: CNBC https://www.smartsme.co.th/content/244134
08 มี.ค. 2565
Elon Musk ประกาศเอาเงินไป 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากทำตามนี้
Elon Musk ประกาศเอาเงินไป 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากทำตามนี้
Elon Musk ซีอีโอ SpaceX, Tesla รวมถึง XPrize ประกาศจัดแข่งขันจำกัดคาร์บอน หากใครชนะรับเงินไปเลย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การจัดประกวดในครั้งนี้ของ Elon Musk มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักประดิษฐ์ทั่วโลกมาสร้างสรรค์ผลงานสามารถดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ และมหาสมุทร ให้แยกออกจากกันโดยตรงเพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคต สำหรับกติกาการแข่งขัน ทีมผู้ชนะจะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าโครงการของพวกเขาสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างน้อย 1,000 ตันต่อปี โดยทำแบบจำลองต้นทุนด้วยการใช้สเกลลดคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ล้านตันต่อปี และต้องแสดงวิธีการที่จะทำให้ถึงเป้าหมายในอนาคต เพื่อรับเงินรางวัลจาก Elon Musk และกองทุนของเขา ภายในปีแรกของการแข่งขัน คณะกรรมการจะตรวจสอบผลงานที่เข้าแข่งขัน และคัดเลือกออกมา 15 รางวัล เพื่อรับเงินสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากนั้น 4 ปี จะมีการเลือกผู้ชนะเหลือเพียง 1 เดียว ซึ่งจะได้เงินรางวัล 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรองชนะเลิศที่ถูกเลือก 3 อันดับ จะได้รับเงินรางวัล 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มา: entrepreneur https://www.smartsme.co.th/content/244145
07 มี.ค. 2565
Domino’s Pizza จ่ายเงินเดือนเป็นบิทคอยน์ เพิ่มทางเลือกให้พนักงาน
Domino’s Pizza จ่ายเงินเดือนเป็นบิทคอยน์ เพิ่มทางเลือกให้พนักงาน
ชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรกระแสแรงเท่ากับคริปโตเคอเรนซี่ ทั้งในเรื่องของการลงทุนที่มีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำสกุลเงินดิจิทัลนี้มาใช้จ่ายเปรียบเสมือนใช้แทนเงินสดในชีวิตประจำวัน ล่าสุด แฟรนไชส์ Domino’s Pizza ในเนเธอร์แลนด์เสนอทางเลือกจ่ายค่าจ้างบางส่วนให้กับพนักงานเป็นบิทคอยน์ในวัน Bitcoin Pizza Day ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการระลึกถึง Laszlo Hanyecz โปรแกรมเมอร์ที่ใช้บิทคอยน์จำนวน 10,000 เหรียญ จ่ายเป็นค่าซื้อพิซซ่า 2 ชิ้น เมื่อ 11 ปีก่อน Jonathan Gurevich ผู้ร่วมก่อตั้ง Immensus Holdings บริษัทที่ได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ กล่าวว่าเราทำงานกับพนักงานหนุ่ม-สาวเป็นจำนวนมาก และเราได้ยินพวกเขาพูดคุยกันเรื่องบิทคอยน์ ทำให้บริษัทเสนอทางเลือกจ่ายค่าแรงเป็นสกุลเงินดิจิทัล “การจ่ายเงินด้วยบิทคอยน์จะเป็นทางเลือกให้กับพนักงานที่มีสิทธิ์ หากพนักงานต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเงินส่วนบุคคล เราก็พร้อมที่จะทำบางสิ่งให้ประสบความสำเร็จ” Jonathan Gurevich กล่าว ด้านขั้นตอนการจ่ายนั้น พนักงานที่มีเงินเดือนสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติได้รับการชำระเงินด้วยบิทคอยน์ ยกตัวอย่าง หากพนักงานทำงาน 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พวกเขาจะได้รับบิทคอยน์อย่างน้อย 5 ยูโรต่อเดือน โดยเฉลี่ยพนักงานจะได้รับบิทคอยน์ 5- 250 ยูโรจากเงินเดือน สำหรับ Immensus Holdings ได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ Domino’s Pizza ในเนเธอร์แลนด์จำนวน 16 สาขา มีพนักงานที่ทำงานอยู่ทั้งภายใน และภายนอกมากกว่า 1,000 คน โดยบริษัทเสนอจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานด้วยบิทคอยน์ที่จับมือร่วมกับ BTC Direct ที่มา : https://finance.yahoo.com/news/staff-biggest-dutch-domino-pizza-070000839.html https://www.theblockcrypto.com/post/105731/dutch-dominos-pizza-immensus-part-salary-bitcoin-btc https://www.smartsme.co.th/content/244270
06 มี.ค. 2565
ครั้งแรกกับวงการคลาวด์ไทย เปิดตัวภาพยนตร์สั้น Mission Invisible ที่จะมาตอบโจทย์ Pain Point เกี่ยวกับข้อมูลในองค์กรของคุณ
ครั้งแรกกับวงการคลาวด์ไทย เปิดตัวภาพยนตร์สั้น Mission Invisible ที่จะมาตอบโจทย์ Pain Point เกี่ยวกับข้อมูลในองค์กรของคุณ
ในอนาคตอันใกล้ คลาวด์จะเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจต่าง ๆ เป็นอย่างมาก คุณไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแค่ที่เดียว การฝากข้อมูลไว้บนคลาวด์จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูล และทำงานได้จากที่ใดก็ได้บนโลกใบนี้ผ่านอินเทอร์เน็ต NIPA Cloud ผู้ให้บริการ Local cloud ในประเทศ ได้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสู้กับ global cloud และรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตามความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา บริษัทจึงได้พัฒนา NIPA Enterprise Public Cloud เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ และจะเปิดตัว Beta Version เร็ว ๆ นี้ โดยมีแคมเปญภาพยนต์สั้น เพื่อพยายามสื่อถึงประโยชน์ของการเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์ในองค์กรของคุณ ที่มีชื่อว่า “Mission Invisible” ภาพยนตร์ตัวนี้ได้เล่าเรื่องราวของประโยชน์การใช้ NIPA Cloud ต่างๆ อาทิเช่น • จ่ายในราคาที่คุ้มค่า เพราะคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง • มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลข้อมูลให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง • สามารถเข้าถึงข้อมูลจากที่ไหนก็ได้ เครื่องไหนก็ได้ แค่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ที่มา : https://www.smartsme.co.th/content/245712
05 มี.ค. 2565
อยากจะลงจากดอย! ตลาดคริปโตผันผวน เหรียญบิตคอยน์ร่วง 7% อีเทอเรียมร่วง 9%
อยากจะลงจากดอย! ตลาดคริปโตผันผวน เหรียญบิตคอยน์ร่วง 7% อีเทอเรียมร่วง 9%
สำรวจตลาดบิตคอยน์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระส่ำ พบราคาเหรียญยอดนิยมดิ่งลงอย่างหนัก ตามรายงาน CoinDesk ระบุว่าสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ ร่วงลงมากกว่า 7% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมีการซื้อขายอยู่ที่ 38,650 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เหรียญอีเทอเรียม ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ ร่วงลงมากกว่า 9% โดยมียอดการซื้อขายอยู่ที่ 2,827 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ณ เวลา 22.30 น. วันที่ 20 ม.ค.65) การปรับลดลงของสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่เป็นผลมาจาก Wall Street ขาดทุนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ Nasdaq ที่ปรับลดลงเกือบ 5% ในสัปดาห์นี้ และ S&P 500 ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การคลังของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบอยู่ไม่น้อย เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแผนที่จะลดงบดุล, จำนวนหุ้นกู้ และขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ราคา บิตคอยน์ร่วงลงอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน คิดเป็น 40% จากที่เคยทำราคาสูงกว่า 67,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2021 ที่มา: cnbc, https://www.smartsme.co.th/content/246157
04 มี.ค. 2565
“เปอร์โตริโก” จุดหมายปลายทางของเศรษฐีหน้าใหม่ เพราะบรรยากาศดี แถมไม่เก็บภาษีคริปโต
“เปอร์โตริโก” จุดหมายปลายทางของเศรษฐีหน้าใหม่ เพราะบรรยากาศดี แถมไม่เก็บภาษีคริปโต
ความนิยมของสกุลเงินดิจิทัลที่ผู้คนในหลายประเทศต่างเข้ามาลงทุนกันเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้น ๆ ต่างออกมาตรการมาควบคุม รวมไปถึงแนวคิดการเก็บภาษีจากคริปโต เพราะถูกมองว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าตอนนี้มีอยู่ 1 ประเทศที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนคริปโตกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่จะเข้าไปอาศัยอยู่นั่นคือ “เปอร์โตริโก” ที่ไม่มีนโยบายเก็บภาษีคริปโตแต่อย่างใด เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดย David Johnston ผู้ประกอบการ และนักลงทุนคริปโตเคอเรนซี่ ที่ออกมากล่าวว่าในเดือนมีนาคม 2021 ครอบครัว-บริษัทของเขา จะย้ายจากออสตินไปยังเปอร์โตริโก โดยแรงจูงใจที่ตัดสินใจเช่นนี้ นอกจากจะเป็นสถานที่ที่มีชายหาดสวยงามแล้ว ยังมีนโยบายไม่เก็บภาษีคริปโตจากการลงทุน ตลอดจนการลดหย่อนภาษีครั้งใหญ่ให้กับผู้ที่มาอยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 183 วันต่อปี ซึ่งผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยสามารถใช้พาสปอร์ตสหรัฐฯ ได้เลย “นี่คือที่ที่เพื่อนทั้งหมดของผมอยู่ ผมไม่มีเพื่อนเหลืออยู่ในนิวยอร์กเลย และบางทีการแพร่ระบาดของโรคก็ช่วยเร่งสิ่งนี้ เพราะทุกคนย้ายไปเปอร์โตริโกหมดแล้ว” David Johnston กล่าว Johnston กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเห็นเพื่อนเดินทางไปเปอร์โตริโก ทำให้ตนเดินทางไปสำรวจด้วยตนเอง และพบว่าเป็นสถานที่ที่สุดยอดมาก แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ แต่ก็สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันสามารถเดินทางได้รอบเกาะ แต่อีกมุมหนึ่งก็พบถึงความไม่พอใจของประชากรท้องถิ่นเช่นกัน เนื่องจากการเปิดรับคนต่างชาติด้วยนโยบายดึงดูดด้านคริปโต จะส่งผลกระทบต่อจำนวนประชากรภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง นโยบายนี้ใช้แค่บุคคลภายนอกประเทศเท่านั้น รวมถึงในด้านอื่น ๆ ที่จะส่งผลกระทบตาม เช่น ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ที่มา: cnbc https://www.smartsme.co.th/content/246170
03 มี.ค. 2565
ขอเก็บเอง! ประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์ ช้อนซื้อเหรียญบิตคอยน์ในช่วงตลาดขาลง
ขอเก็บเอง! ประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์ ช้อนซื้อเหรียญบิตคอยน์ในช่วงตลาดขาลง
แม้ว่าเหรียญบิตคอยน์กำลังอยู่ในสภาวะขาลง โดยตลาดมีการผันผวนอย่างหนัก แต่ก็เป็นโอกาสอีกด้านหนึ่งให้กับนักลงทุนได้เข้าซื้อในราคาที่ถูก หนึ่งในนั้น คือ Nayib Bukele ประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์ที่เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มกราคม 65 ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่ารัฐบาลเอลซัลวาดอร์ได้เข้าซื้อบิตคอยน์จำนวน 410 BTC คิดเป็นมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “บางคนขายถูกจริง” ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ ราคาบิตคอยน์ลดลง 12% อยู่ที่ระดับ 36,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เช่นเดียวภาพรวมในตลาดคริปโตเคอเรนซี่ที่เหรียญต่าง ๆ ต้องเผชิญกับสภาวะถดถอย เมื่อพูดถึงเอลซัลวาดอร์จะพบว่าเป็นประเทศที่ให้กับสนับสนุนเรื่องการใช้คริปโตเคอเรนซี่ โดยปัจจุบันรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ถือครองบิตคอยน์มากกว่า 1,500 BTC และมีแผนจะออกพันธบัตรบิตคอยน์ 10 ปี มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงปีนี้ สังเกตได้ว่า Bukele เข้าซื้อบิตคอยน์อย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าเจ้าตัวมีความมั่นใจในสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ราคาบิตคอยน์ในช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค. 65 พบว่ากลับมาอยู่ในระดับ 36,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกครั้ง ทั้งนี้ เอลซัลวาดอร์กลายเป็นชาติแรกของโลกที่รับรองบิทคอยน์เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประชาชนสามารถนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ ที่มา : https://www.smartsme.co.th/content/246181
02 มี.ค. 2565
Nike – Adidas ร่วมวงเข้าสู่ตลาด NFT เป็นเจ้าของรองเท้าในโลกดิจิทัล
Nike – Adidas ร่วมวงเข้าสู่ตลาด NFT เป็นเจ้าของรองเท้าในโลกดิจิทัล
อีกหนึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ และเป็นเทรนด์ของผู้คนยุคใหม่ คงหนีไม่พ้น เอ็นเอฟที (NFT) หรือ Non-fungible tokens ซึ่งจะใช้ซื้อขายชิ้นงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ วิดีโอ รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่อยู่ในโลกดิจิทัล ด้วยความที่มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกันจึงทำให้แบรนด์กีฬาระดับทั้ง Nike – Adidas มองเห็นช่องทางการตลาด และพร้อมเข้าร่วมวงในตลาด NFT ความคล้ายคลึงกันที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คือ NFT เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีชิ้นเดียวบนโลก ไม่สามารถผลิตซ้ำขึ้นมาได้อีก เช่นเดียวกับรองเท้าของแบรนด์ Nike – Adidas ที่มักออกสินค้าในรูปแบบลิมิเต็ด อิดิชั่นขึ้นมา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แบรนด์มองว่าต่อไป NFT อาจจะอยู่ในรูปแบบของสะสม เป็นรองเท้าผ้าใบดิจิทัล หรือใช้สวมใส่ในโลกเสมือนจริงผ่านวิดีโอเกม และในเมทาเวิร์ส นอกจากนี้ NFT อาจจะได้รับสิทธิ์รับรองเท้าจริงในอนาคต โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางเป็นตั๋วสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้า ย้อนกลับไปเดือนที่ผ่านมา Nike สร้างความฮือฮาครั้งสำคัญ เมื่อตัดสินใจเข้าซื้อ RTFKT สตาร์ทอัพผู้สร้าง NFT รองเท้าผ้าใบและของสะสม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตามรอยคู่แข่งในแบรนด์อุปกรณ์กีฬาอย่าง Armour และ Adidas ที่ประสบความสำเร็จในตลาด NFT ขายสินค้าหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Adidas ที่สร้างยอดขายได้ถึง 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่ชุด “Into the Metaverse” ลูกค้าที่ซื้อไปในราคาเริ่มต้น 765 ดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถนำไปขายต่อทำราคามากกว่า 2,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ บน NFT ด้าน Under Armour ออกรองเท้าเสมือนจริง รุ่น Genesis Curry Flow เปิดขายครั้งแรกมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 333 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันราคาขยับจาก 551 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะเห็นได้ว่าการซื้อรองเท้ากีฬาไปขายต่อเพื่อเก็งกำไรไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะก่อนหน้านี้เราได้เห็นรองเท้า Air Jordans ที่ป้ายราคาแปะไว้ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 1985 ถูกเรียกราคา 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ บนแพลตฟอร์ม StockX เมื่อปีที่ผ่านมา หากมองในมุมมองของการทำธุรกิจ ผลตอบแทนที่แบรนด์เหล่านี้จะได้รับ คือค่าลิขสิทธิ์ โดยการซื้อ-ขายแต่ละครั้งจะมีการติดตั้งโปรแกรมเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์อยู่ในบล็อกเชน ทำให้เมื่อเกิดการซื้อ-ขาย แบรนด์เจ้าของลิขสิทธิ์จะได้เปอร์เซ็นต์ตามมา แตกต่างจากการขายสินค้าจริงที่แบรนด์ไม่สามารถตามเก็บค่าลิขสิทธิ์ หรือหักรายได้จากยอดขายได้ ที่มา: wsj, voathai, https://www.smartsme.co.th/content/246184
01 มี.ค. 2565